
เรื่องของ Digital Mobbing ที่กำลังกลืนความเป็นมนุษย์ของเรา
ลองจินตนาการแบบนี้นะครับ
มีคนคนหนึ่ง
ขึ้นเวทีพูดอะไรบางอย่าง
แล้วพอเขาลงจากเวที…
เขาไม่ได้เจอแค่เสียงวิจารณ์
แต่เจอ “คนทั้งโลกออนไลน์” รุมสกรัม
ไม่ใช่เถียง
ไม่ใช่วิจารณ์
แต่เป็นการ “รุมทำลาย”
นี่แหละครับ
ที่เรียกว่า
Digital Mobbing
🧠 Digital Mobbing คืออะไร?
มันไม่ใช่แค่การโดนด่าในโซเชียลมีเดีย
แต่มันคือ
“การรวมตัวกันของคนจำนวนมาก เพื่อโจมตีใครบางคนในโลกออนไลน์”
เหมือนม็อบ
แต่ย้ายจากบนถนน มาอยู่บนหน้าจอมือถือ
และสิ่งที่น่ากลัวคือ
👉 มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
👉 ขยายตัวรุนแรง
👉 และ “ไม่มีใครรับผิดชอบ”
⚠️ เคสที่ได้เกิดขึ้นแล้ว
เหตุการณ์เกิดขึ้นใน Jamaica
มีนักการเมืองระดับวุฒิสภาคนหนึ่ง
ออกมาพูดถึงกรณีของ ประธานสภา (Speaker)
ที่ถูกโจมตีอย่างหนักในโลกออนไลน์
คำที่ใช้ไม่ใช่แค่ “โดนวิจารณ์”
แต่คือ
“ถูกลดทอนความเป็นมนุษย์” (Dehumanised)
จาก “ไม่เห็นด้วย” กลายเป็น “ไม่เห็นว่าเป็นคน”
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญครับ
ในอดีต…
เราอาจไม่เห็นด้วยกับใคร
แต่เรายัง “เห็นว่าเขาเป็นมนุษย์”
แต่ในโลกออนไลน์
เริ่มกลายเป็นว่า
ไม่เห็นด้วย = ลดคุณค่าความเป็นคน
คิดต่าง = สมควรถูกทำลาย
และพอเป็นแบบนี้…
การโจมตีบนโลกออนไลน์จึงมีสภาพเป็น “ไม่ต้องมีขอบเขต”
ทำไมโซเชียลมีเดียถึงทำให้เรื่องนี้รุนแรงขึ้น?
เพราะแพลตฟอร์มไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ “ความเข้าใจ”
แต่ถูกออกแบบมาเพื่อ
👉 Engagement
👉 Reaction
👉 ความรู้สึกที่ “แรง”
อัลกอริทึมจะดันสิ่งที่ทำให้คน
โกรธ
เกลียด
หรือสะใจ
ขึ้นมาอยู่หน้าจอมือถือของเรา
ผลคือ…
ยิ่งด่าแรง → ยิ่งดัง
ยิ่งรุม → ยิ่งไวรัล
เมื่อฝูงชนไม่เปิดหน้า…แต่กลับมีพลังมหาศาล
Digital Mobbing อันตรายตรงนี้ครับ
มันต่างจากการที่เราเผชิญหน้ากันจริง
เพราะคนที่โจมตี
👉 ไม่ต้องเห็นผลกระทบ
👉 ไม่ต้องรับผิดชอบ
👉 และมักคิดว่า “ฉันก็แค่คนหนึ่งในนั้น”
แต่สำหรับคนที่โดน…
นี่ไม่ใช่ “เสียงเดียว”
แต่คือ
เสียงนับพัน นับหมื่น ที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน
🧩 ไม่ใช่เรื่องของบุคคล…แต่คือโครงสร้าง
นักการเมืองที่ออกมาพูดเรื่องนี้
ไม่ได้แค่ปกป้องบุคคล
แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า
ถ้าเราปล่อยให้สิ่งนี้เกิดขึ้นเรื่อย ๆ
สักวันจะกลายเป็น “มาตรฐานใหม่ของสังคม”
และวันหนึ่ง
ใครก็อาจตกเป็นเหยื่อได้
🎯 มุมมองของอาจารย์บอม
เรื่องนี้โยงกับทฤษฎีการสื่อสารทางการเมืองชัดมาก
1. Framing Theory
เมื่อคนถูก “เฟรม” ว่าเป็นตัวร้าย
ต่อให้เขาพูดอะไร
ก็จะถูกตีความในแง่ลบเสมอ
2. 📱 Echo Chamber
คนที่คิดเหมือนกัน
จะยิ่ง “ขยายความเกลียดชัง” ออกไปให้กันและกัน
จนสุดท้าย
เราไม่ได้ฟังความจริง
แต่ฟัง “ความเชื่อของฝั่งพวกเดียวกันเอง”
3. ⚖️ Dehumanisation = จุดเริ่มของความรุนแรง
ในประวัติศาสตร์การเมือง
ทุกครั้งที่เกิดความรุนแรง
มักเริ่มจากการ
“ทำให้อีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์”
พอไม่ใช่มนุษย์
ก็ไม่ต้องไปเห็นใจ
ไม่ต้องยั้งมือ
🧠 คำถามที่ควรคิดต่อ
วันนี้เราเล่นโซเชียล
เรา “แสดงความคิดเห็น”
หรือเราได้เข้า “ร่วมม็อบ”แล้ว?
สิ่งที่เราพิมพ์ไป
คือความเห็น
หรือ “การซ้ำเติม”?
🔚 มุมมองอาจารย์บอม
โลกออนไลน์
ไม่ได้น่ากลัวเพราะมันมีเสียงดัง
แต่น่ากลัวเพราะ
มันทำให้เราดัง…โดยไม่ต้องรับผิดชอบเสียงของตัวเอง
#อาจารย์บอม
#อาจารย์บอมชวนคิด
#DigitalMobbing
#การสื่อสารทางการเมือง
#SocialMediaEffects
#อาจารย์บอมมองโลก











