รีวิว Fast And Furious 7 : เร็ว แรงทะลุนรก 7

fast-7_001

ในที่สุดก็ได้ดูจา เอ้ย..
Fast and Furious 7 หลังจากรอคอยกันมาถึง 2 ปี สำหรับสุดยอดภาพยนตร์แฟรนไชส์ อภิมหาแอ็คชั่นทริลเลอร์  ที่นำแสดงโดย วิน ดีเซล, พอล วอล์กเกอร์,ดเวย์น จอห์นสัน, มิเชลล์ ร็อดดริเกซ, จอร์ดานา บริวสเตอร์ไทรีส กิ๊บสัน, คริส บริดเจส (ลูดาคริส), เจสัน สเตแธม, เคิร์ท รัสเซล  และ จา พนม จากไทยแลนด์  ที่บอกว่าต้องให้รอกันถึง 2 ปี เหตุเพราะการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ พอล วอล์กเกอร์   ส่งผลให้ Fast and Furious ภาคนี้ได้กลายเป็นการไว้อาลัยครั้งสุดท้ายให้กับเขาด้วย
 
fast-7_002


ถือได้ว่า Fast and  Furious 7 นี้เป็นหนังภาคที่เสริมต่อดีกรีความมันส์ให้มากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมด้วยการดึงสุดยอดนักบู๊คนพันธุ์อึดอย่าง เจสัน สเตแธม รวมถึง นักบู๊จากเมืองไทยที่ไม่ใช้สลิง ไม่อิงหรือง้อสแตนอิน อย่าง “จา พนม ยีรัมน์”  หรือที่ต่างชาติรู้จักดีในนาม “โทนี่ จา” มาร่วมขบวนความมันส์ด้วย  และยังมีดาราใหม่ที่มาร่วมแสดงในภาคนี้อย่าง “เจสัน สเตแธม” ด้วย แต่คนดูอาจจะยังไม่ค่อยชินกับบทร้ายๆ ของเขาในแนวนี้สักเท่าไหร่นัก  แต่ความอึด ถึก บ้าระห่ำ นั้นยังคงดีกรีความร้อนแรงไว้ได้อยู่และที่เพิ่มขึ้นคือ “ความเลวแบบไม่มีขีดสุด”  


fast-7_006

สำหรับ จา พนม นั้นทำได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะในฉากต่อสู้กับ  พอล วอคเกอร์ ถือว่าสอบผ่านได้สบายๆ แถมในเรื่องยังมีบทให้ จา พนม  พูดเป็นภาษาไทยด้วย  (อดภูมิใจ ในภาษาไทย ไม่ได้ 
55) แม้บทของ จา พนม ในภาพยนตร์เรื่องนี้จะน้อยไปหน่อย แต่ชื่อของเขาในเครดิตของหนัง ก็มาเป็นคนแรกๆ  แถมในการเดินสายโปรโมทหนัง ยังมีชื่อของเขาร่วมอยู่ในทีมโปรโมทด้วย



หลังจากชื่นชมผลงานการแสดงของฝั่งผู้ร้ายไปแล้ว มาดูทีมฝั่ง  วิน ดีเซล บ้าง ทุกคนทำได้ดีมากแต่ละคนล้วนแสดงได้สมบทบาทและผสมผสานกันอย่างลงตัว  ทั้งฉากซึ้ง ฉากบู๊ รวมทั้งมุกต่างๆ ที่ยิงออกมาเรียกเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมได้สนั่นโรงทีเดียว   สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับหนังเรื่องนี้คือ รถยนต์ ปาร์ตี้ ความเร็ว และบู๊ล้างผลาญ ซึ่งนำเสนอออกมาได้แบบไม่ขาดตกบกพร่อง แถมยังมีฉากอะไรต่อมิอะไรที่มันไม่น่าจะทำได้เลยในชีวิตจริงเยอะอยู่นะ (บางคนคิดว่าหนังเรื่องนี้มันโอเว่อร์ไปหรือเปล่า แหม ก็มันคือหนังอะนะ 555แต่รับรองว่าจะต้องเป็นที่ถูกอกถูกใจคอหนังแอ๊คคชั่น ที่ชื่นชอบความเร็ว และความแรงของรถยนต์ อย่างแน่นอน  อย่างไรก็ตามหนังเรื่องนี้ยังมีเกร็ดที่น่าสนใจอยู่นิดหนึ่งตรงที่ว่า แม้ในขณะสู้กันจะขับรถซิ่งท้ามฤตยูและอันตรายสุดๆ แต่พอกลับมาใช้ชีวิตปกติ เขากลับปฏิบัติตามกฎจราจรกันอย่างเคร่งครัด (เป็นแง่คิดที่น่าชื่นชมมาก)


Fast-7_000


หากไม่นับความตื่นเต้นจากฉากแอ็คชั่นทริลเลอร์ แบบสนั่นลั่นโรงแล้ว  อีกสิ่งที่ได้จากหนังเรื่องนี้คือแนวคิดเรื่อง “ครอบครัว”  ซึ่งถือเป็นจุดเด่นอีกประการของหนังเรื่องนี้เลยทีเดียว  จะว่าไปแล้วประเด็นเรื่อง “ครอบครัว”  นี้ก็เป็นจุดเด่นใน Fast and Furious ทุกๆ ภาคอยู่แล้ว แต่ภาคนี้จะเห็นได้ชัดว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งจากฝ่ายดีและฝ่ายร้าย ล้วนมีสาเหตุมาจาก “ครอบครัว” ทั้งสิ้น


ตอนที่หนังจบ ความรู้สึกของผมกลับไม่ยักกะจบตามหนัง อยากดูต่อซะงั้น  ทั้งที่จริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้มีความยาวถึง 2 ชั่วโมงกว่า   เอาเป็นว่ามาดูคะแนนกันดีกว่า  ในส่วนของแอ็คชั่น ระห่ำโลก  ต่อสู้กันได้สมศักดิ์ศรีแห่งความมันส์ มีฉากพังพินาศสันตะโร ทั้ง รถยนต์ เฮลิคอปเตอร์ ตึกรามบ้านช่อง อาคารใหญ่โต สมจริงสมจังมาก ให้ไปเลย  9.5/10   ในส่วนของนักแสดงนำทั้งฝ่ายร้ายฝ่ายดี เล่นกันได้สมบทบาทดี  ให้ไปที่  9.5/10  สรุปภาพรวมของหนังได้ 9.5/10 เช่นกันครับ สำหรับผมถือว่าตีตั๋วเข้าไปชมแล้วไม่ผิดหวัง  แต่หากอยากได้อรรถรสเพิ่มขึ้น แบบมาครบ จัดเต็มทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง แรงอัด แรงกระแทก เชิญตีตั๋วเข้าไปดูในระบบ 4DX  แบบผม รับประกันความมันส์และความสนุก เพราะ ฉากบู๊เยอะมาก ๆ  แบบนี้ ดูในระบบ 4DX นี่ ฟินสุดๆ แล้วครับ


fast-7_004


หมายเหตุ : อแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง ต่อ  พอล วอร์คเกอร์  ในผลงานเรื่องสุดท้ายของเขาคือ Fast and Furious 7 นี้   แต่ละฉากที่มีเขาแสดงนั้น ทีมงานถ่ายทำได้แนบเนียนมากจนคนดูแทบจะไม่รู้เลยว่าเป็น พอล วอร์คเกอร์ แสดงเองหรือน้องชายของเขาที่กำลังแสดงแทนอยู่ และขอขอบคุณทีมงานผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่ทำเพื่อ “พอล วอร์คเกอร์” ….”แม้คุณจะจากไปแล้ว แต่คุณยังอยู่ในหัวใจของแฟนๆ  Fast and Furious  เสมอและตลอดไป…”


(ทีมงาน) อาจารย์บอม


ปล. ความคิดเห็นและคะแนนที่ให้ในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมล้วนๆ ท่านผู้อ่านมีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะเห็นด้วยหรือเห็นต่างครับ  ..ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ 🙂

About Ajbomb

นักหาเรื่อง นักเล่าเรื่อง นักเขียน นักแปล รักการสอน รักเด็ก รักสัตว์ รักธรรมชาติ รักษ์โลก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น