ความรัก กับ ต้นหญ้า..และ ปรัชญาการหาคู่..

By admin

field3

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว……..

มีครูกับลูกศิษย์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งใกล้กับสนามหญ้าอันกว้างใหญ่

ทันใดนั้น ลูกศิษย์คนหนึ่งก้อถามขึ้นมาว่า

ลูกศิษย์ : อาจารย์คับ ผมสงสัยจังเลยว่า

เราจะหาคู่แท้ของเราเจอได้ไงคับอาจารย์

บอกผมหน่อยได้ไหมคับ ?

อาจารย์ : ( เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตอบ)

อืม มันเป็นคำถามที่ยากนะ

แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นคำถามที่ง่ายเหมือนกันนะ

ลูกศิษย์ :( นั่งคิดอย่างหนัก)

อืม ?…. งงอะไม่เข้าใจ

อาจารย์ : โอเค งั้น

เธอลองมองไปทางนั้นนะ ตรงนั้นน่ะ

มีหญ้าเยอะแยะเลยใช่ไหม

เธอลองเดินไปหาหญ้าต้นที่สวยที่สุด

แล้วเด็ดมาให้ครูสิ ต้นเดียวเท่านั้นนะ

แต่ว่าเวลาเธอเดินเนี่ยเธอต้องเดินไปข้างหน้าอย่างเดียวนะ

ห้ามเดินถอยหลัง เข้าใจไหม

ลูกศิษย์ :ได้เลยครับ จาน รอสักครูน่ะครับ

( ว่าแล้วก้อวิ่งตรงไปยังสนามหญ้า)

หลังจากนั้นไม่นาน….

ลูกศิษย์ : ผมกลับมาแล้วครับจาน

อาจารย์ :อืม…แต่ทำไมครูไม่เห็นต้นหญ้าสวย ๆ

ในมือเธอเลยหละ

ลูกศิษย์ : อ๋อ คืองี้ครับจาน

ตอนที่ผมเดินไปแล้วผมเจอต้นหญ้าสวยๆเนี่ย

ผมก้อก้อคิดว่า เออ เดี๋ยวก้อคงเจอต้นที่สวยกว่านี้

ดังนั้นผมก็เลยไม่เด็ดมัน แล้วผมก็เดินไปเรื่อย

รู้ตัวอีกที

มันก็สุดสนามหญ้าแล้วครับจะเดินกลับก้อไม่ได้

เพราะจานสั่งห้ามไว้

อาจารย์ : นั่นแหละ

คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริงหละ

เรื่องนี้ต้องการที่จะสื่ออะไรกับเรา

ต้นหญ้า ก็คือ คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวคุณ

ต้นหญ้าที่สวยงาม ก็คือคนที่คุณชอบ

หรือคนที่ดึงดูดคุณนั่นแหละ

ทุ่งหญ้าก็คือ เวลา เวลาที่คุณจะหาคู่แท้ของคุณ

อย่ามัวแต่เปรียบเทียบ

แล้วคิดว่าคงจะมีที่ดีกว่านี้ เพราะถ้าคุณ มัวแต่เปรียบเทียบ

คุณจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

อย่าลืมว่า ‘ เวลาไม่เคยย้อนกลับ ‘

ไม่ใช่แค่ความรักเท่านั้น

เรื่องนี้ ยังสามารถใช้ได้กับการหาคนที่จะมาทำงานร่วมกับคุณในชีวิต

หรือแม้กระทั่งงานที่เหมาะสมกับคุณ

ดังนั้น มันจึงเป็นสัจธรรมที่ว่า

จงรัก และไขว่คว้าโอกาสที่คุณมีในขณะนี้

อย่ามัวแต่เสียเวลา

บางครั้งคนเราก็มีโอกาสเลือกแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

Credit to: ลอกมาจาก Forward Mail ที่ใครก็ไม่รู้ส่งมาให้ แต่อ่านแล้วเข้าท่าดี เลยลอกมาดื้อๆ งี้ล่ะ 555

categoriaมุมมอง ความคิด commentoNo Comments dataกุมภาพันธ์ 8th, 2010
Leggi tutto

ประกาศตามหาญาติ..อาจารย์ใหญ่

By admin

headmaster1ด้วยภาควิชากายวิภาคศาสตร์จะจัดงานพระราชทานเพลิงศพประจำปีการศึกษา 2553
ในวันที่ 13-14 มีนาคม 53 นี้ ที่วัดมกุฏกษัตริยารามวรวิหาร แต่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังไม่สามารถติดต่อญาติอาจารย์ใหญ่บางส่วนได้ ถ้ามีผู้ใดรู้จักอาจารย์ใหญ่และญาติอาจารย์ใหญ่ ดังรายนามต่อไปนี้


รายชื่ออาจารย์ใหญ่ รายชื่อญาติ
1.
น.ส.เขมาวดี ขันติตระกูล ญาติ คุณสกุล คำอ่อน
2.
นางพิกุล ขำศิริ ญาติ คุณเดชา ขำศิริ
3.
นายพิทยา พิทยาธนาคม ญาติ คุณบุญฐิตา พิทยาธนาคม และ คุณ วิไล
ขอความกรุณาติดต่อกลับมาได้ที่ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โทร 02-2564281 ต่อ 1405 และ 02-2564000 ต่อ 3247
เพื่อให้ญาติของอาจารย์ใหญ่ผู้มีอุปการะคุณแก่วงการแพทย์ได้ส่งท่านอาจารย์ใหญ่เป็นครั้งสุดท้าย
ขอบคุณครับ แค่ส่งต่อก็ได้บุญแล้ว

ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

categoriaทั่วไป commentoNo Comments dataมกราคม 26th, 2010
Leggi tutto

กลัวนกแสก..แต่ไม่ยักกะกลัว จระเข้..

By admin

คนไทยเรานี่แปลกๆ นะครับ ผมอ่านหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับบ่าย เมื่อวาน เห็นข่าวหน้าหนึ่ง อยู่คู่กันสองข่าว แล้วอดจะงงไม่ได้  ข่าวแรก คือข่าว นกแสก มรณะ ที่ อำเภอบางปะอิน  พระนครศรีอยุธยา   โดยเขียนที่หัวข่าวว่า “ชาวบ้านลือแซด ผวานกแสกร้อง ปลิดชีพร้อยศพ”   โดยสรุปก็คือ วัดนี้มีนกแสกอยู่ 4 ตัวบินเกาะอยู่แถวๆ เมรุ และก็ที่ศาลาการเปรียญ เมื่อไรที่มันร้องเสียงดังผิดปกติ (แล้วปกติมันร้องดังแค่ไหนหว่า?) จะต้องมีคนตายเอาศพมาที่วัด คนแถวนั้นเลยผวาเสียงร้องนกพวกนี้ไปหมด  ค่ำมืดรีบเข้าบ้านนอน   สรุปอันนี้คือ คนกลัว (เสียง) นก ทำให้ตาย

อีกข่าวหนึ่ง ในหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกัน วันเดียวกัน หน้าหนึ่งเหมือนกัน จั่วหัวข่าวไว้ว่า “แห่กราบจระเข้ ร่างสิงผีหลวงปู่ หวังซิวเลขเด็ด”  อันนี้เกิดที่ อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ ณ. บึงน้ำหลังวัดดอนไผ่  ข่าวนี้ มีที่มาจากจระเข้ตัวหนึ่งซึ่งอดีตเจ้าอาวาสวัดนำมาเลี้ยงไว้ ในบึงหลังวัด ซึ่งเชื่อง และไม่ดุร้าย ชอบขึ้นมานอนเล่นบนตลิ่งหรือบนถนนก็มี   ต่อมาเมื่อ อดีตเจ้าอาวาสมรณภาพ คนเลยเชื่อกันว่า ท่านมาสถิตย์อยู่กับ ไอ้เข้ ตัวนี้ เพราะมันไม่ดุร้าย ใจดี  จนท้ายสุดกลายเป็นชาวบ้านมารุมทาแป้งขูดเลขเด็ดบนตัวจระเข้ อย่างไม่กลัวตาย  ยังไม่พอ ล่าสุด ชาวบ้านถึงขั้นมารุมดูเป็นมหกรรม ขนมนมเนยมาตั้งแผงขายกันริมบึงเลย  ทีนี้ชาวบ้านกับนักท่องเที่ยวก็มากันเยอะ จระเข้ก็ยังไม่ขึ้นมาสักที คนก็เลยลงไปอุ้มมันขึ้นมาให้คนดูขอหวยซะงั้น   เออ นะ ไม่ยักกลัวมันแฮะ

ที่น่าแปลก บวก น่าปลงก็คือ คนเราดันไปกลัว เสียง นกแสก ทำให้ตาย แต่ไม่ยักกลัว จระเข้ กัด  ไม่รู้จะพูดหรืออธิบายอย่างไรดี  ทั้งๆ ที่ผมดูข่าวโทรทัศน์สัมภาษณ์นักวิจัย เรื่องนกแสก เขาบอกว่า มันมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์อย่างมาก มันกินหนูเป็นอาหาร ซึ่ง ปีหนึ่งๆ นกแสกช่วยกำจัดหนูไปได้ถึง ปีละ 700 ตัว ต่อนกแสก หนึ่งตัว อีกทั้ง มันเป็นนกที่น่ารักนะครับ เวลาออกลูกมา แม่จะเลี้ยง โดยตัวพ่อมีหน้าที่หาอาหารและนอนเฝ้าด้านนอก   แต่สิ่งที่น่าเศร้าคือ ปัจจุบันมันตายไปเยอะ เพราะคนวางยาเบื่อหนู พอมันไปกินหนูนั่น มันก็เลยพาลตายไปด้วย  และ คนบางคนกลัวมัน เพราะเชื่อว่าเป็นนกผี ก็เลยยิงมันทิ้งซะอีก   ฟังแล้วก็สลดใจ และสงสารมันมาก นักวิจัยยังบอกว่า ไอ้ที่มันส่งเสียงร้องนั่นน่ะ เพราะมันเป็นสัตว์สังคม มันจึงต้องการสื่อสารทักทายกัน    ซึ่งฟังจากเหตุผลทั้งหมดแล้วก็ไม่น่าเกี่ยวอะไรกับคนจะเป็นจะตายเพราะเสียงร้องของมันเลย  ทุกวันนี้โลกเรา ก็มีคนตายทุกวัน ถึงแม้นกแสกมันจะไม่ร้องแถวๆ นั้น ก็ตาม ผมจึงคิดว่ามันไม่เกี่ยวไรกัน        แต่จระเข้นี่สิครับ ใครๆ ก็รู้ว่ามันเป็นสัตว์กินเนื้อ รวมทั้งอาจจะกัดคนได้ด้วย เคยมีเหตุคนแสดงกับจระเข้ โดยจระเข้กัดบ่อยๆ แต่ ก็แปลก ชาวบ้านกลับไปคลุกคลีตีโมงกับจระเข้ยังกะเป็นญาติกัน ทั้งยังเคารพบูชา ทั้งๆ ที่มันอาจเป็นอันตราย ได้ แต่กลับไม่กลัว ดันไปกลัว (เสียง) นก ซึ่งมันไม่มีอันตรายใดๆ

ผมรู้สึกเป็นกังวล กับวิธีคิดของผู้คนในสังคมนี้ มากขึ้น ทุกวันทุกวัน และ ไม่รู้ว่า อนาคตบ้านเมืองเราจะเป็นอย่างไรถ้าแนวคิดเรื่องทำนองแบบนี้ ยังคงมีอยู่และสื่อมวลชนก็สนุกสนานกับการขายข่าว แทนที่จะช่วยกันกลั่นกรองข่าวแบบนี้   ล่าสุดผมดูข่าวโทรทัศน์ รายงานว่า จระเข้ที่อยู่ในบึง เริ่มจะหงุดหงิดและหันไปไล่งับคนที่ลงไปอุ้มมันขึ้นจากน้ำมาให้คนขัดลำตัวหาหวย แล้ว แต่โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก เพราะหลบทัน   ในอนาคตคงได้เห็นไรแปลกๆ แบบนี้อีกในสื่อต่างๆ ที่ผมหยิบยกมาเล่าไม่ได้คิดไรมากไปกว่า อยากสะท้อนมุมมองที่เป็นวิทยาศาสตร์และมีเหตุมีผล ให้ผู้คนที่ได้อ่านคิดตามไปด้วย  เข้าใจยากจริงๆ  คน(ไทย) เรา เฮ้อ! คิดได้ไง?  กลัวนกแสก (ร้อง) .. แต่ไม่ยักกลัวจระเข้ (กัด) !!

Aj Bomb

15-09-2009

categoriaทั่วไป commento2 Comments dataกันยายน 16th, 2009
Leggi tutto

แนะนำร้านมังสวิรัติ…สุดโปรดของผม

By admin

@NaiOhm เขียนไว้ใน twitter ถามหาร้านอาหารมังสวิรัติ ในเชียงใหม่  ว่ามีที่ไหนแนะนำบ้าง ในฐานะที่ชอบรับประทานอาหารมังสวิรัติ เป็นชีวิต จิตใจ ขออนุญาต แนะนำ ร้าน พร้อมทั้ง เสนอความคิดเห็นประกอบ การตัดสินใจ แต่ ขอย้ำว่าทุกความเห็นเป็นความคิดส่วนตัวของผมทั้งสิ้นอย่าได้เอาไปเป็นมาตรฐานอะไร รวมทั้งการเรียงลำดับ ก็เรียงตามที่ผมนึกขึ้นได้  และถ้าท่านที่มีความเห็นแตกต่าง ก็สามารถ comment ได้อย่างเต็มที่ครับ

1)  ชมรมมังสวิรัติ แห่งประเทศไทย (ชมร)  : อยู่เลยนิยมพานิชมาหน่อย ติดกับปั๊มบางจาก  จุดเด่นคือ อาหารถูกและปลอดสารพิษ ผัก ต่างๆ ปลูกเองหมด ถ้าข้าวราดแกงอย่างเดียว ราคา 0 บาท นั่นคือกินฟรีครับ  ข้่าวทั้งหมดเป็นข้าวกล้อง ตักเอง อยากตักแค่ไหนก็ได้ ส่วนกับข้าว แกง ผัด มีหมด ตักเองได้เลยอยากตักมากแค่ไหนก็ได้  ไม่ว่าไม่บ่น  มีเกี๋ยวเตี๋ยวหลอด และ ผัดไทย ผัดซีอิ๊ว รวมทั้งเกี๋ยวเตี๋ยวต่างๆ ไปกินได้  พร้อมน้ำผลไม้สกัดสดๆ อีกเพียบ  อีกอย่่างที่อยากบอกล่วงหน้า ร้านนี้กินเสร็จต้องไปล้างจานล้างแก้วเองด้วยนะครับ   ส่วนจอดรถก็จอดได้ที่ ปั๊มน้ำมันบางจากแล้วเดินทะลุเอา เปิดทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 6:00 น ถึง 14:00 น.   เรื่องรสชาด ปานกลางนะครับ

2) ร้านมังสวิรัติสวนดอก: ร้านนี้อยู่เลยหน้าวัดสวนดอก มาช่วงตึกนึงพอดี ร้านอยู่ในตึกแถว  จุดเด่นคือ อาหารมีหลายแนวดี มีข้าวซอยด้วย อาหารเมืองที่นี่จะเด่นมาก ไข่พะโล้ก็อร่อย  เกี๋ยวเตี๋ยวต้มยำก็อร่อย  จุดเด่นคืออาหารทุกอย่าง รสชาดดีมาก ขายตั้งแต่ ตีห้า ไปรอใส่บาตรพระหน้าร้านได้ พระเดินผ่านแยะตรงนั้น  ข้อเสียคือเที่ยงๆ คนจะเยอะมาก และก็จอดรถยากมากแถวนั้น เวลาขับรถต้องชะลอดีๆ ไม่งั้นเลย ร้าน

3)  ร้านเจกระยาทิพย์: ร้านนี้เลยร้านมังสวิรัติสวนดอกมาแค่สามห้องตึกแถว นั่นคืออยู่แถวเดียวกันใกล้กันมาก ร้านนี้อยู่ฝั่งตรงข้ามคณะเภสัช มอชอ ร้านนี้อาหารจะออกแนวแป้งกับแนวจีนๆ หน่อย พวก ไส้อั่วทอด พวกลูกชิ้นปิ้ง จุดเด่นของร้านนี้คืออาหารเยอะ แต่ออกแนวผัดๆ แนวๆ จีนหน่อย รสชาดอาหารปานกลางถึงค่อนข้างดี แล้วแต่ชนิดอาหาร จุดเด่นคือน้ำผักผลไม้สกัดสดๆ คั้นให้เห็นๆ กันเลย อันนี้จุดขายของที่นี่ จุดด้อยจอดรถยากเช่นกัน แต่ร้านนี้ขายตั้งแต่เช้ายันเย็น

4) ร้านเจ้าเงาะ: ร้านนี้อยู่เยื้่องๆ กีัประตูหน้ามอชอ  ต้องสังเกตุดีๆ หน่อย  เป็นตึกแถว เปิดสายนิดนึง มีทั้งอาหารตามสั่ง และ อาหารราดข้าว  ที่ชอบคือ ผัดกระเพรา แต่รสชาติค่อนข้างจัด  อาหารที่นี่อร่อย  อาหารตามสั่งก็มีหลากหลายเมนูให้เลือก ที่นั่งก็สะดวกสบาย ไปกินต้องช่วงหลัง 9 โมงเช้า และก่อนบ่ายสาม เพราะจะทำให้จอดรถได้สะดวก ริมถนนหน้าร้านจอดได้เลย

5) ร้านมังสวิรัติบุญส่ง: ตั้งอยู่ใกล้ๆ โรงพยาบาลหมอวงศ์ ตรงสันป่าข่อย ถ้ามาจากตลาดสันป่าข่อย พอผ่าน รพ หมอวงศ์ก็ให้ตรงต่อไป นิดนึง จะอยู่ฝั่งขวามือ เป็นตึกแถว อาหารออกแนว จีน รสชาดปานกลาง มีหลากหลายทัั้งก๋วยเตี๋ยวด้วย  จอดรถสะดวก ฝั่งตรงข้ามร้านมีที่จอดรถ เปิดทุกวัน

6) ร้านเจ เป๊าเป่า: ร้านนี้อร่อยสุดแล้วก็จอดรถยากสุดด้วย เป็นห้องแถวไม้เล็กๆ ใกล้ๆ ร้านสมนึกโกปี้ ถ้าวิ่งถนนเลียบแม่น้ำปิง ผ่านหน้าค่ายกาวิละ มุ่งหน้าไปยัง ไฟฟ้าบ้านเด่น เลย ค่ายกาวิละมา ให้สังเกตุซอยด้านซ้าย ที่มีต้นไม้ใหญ่ๆ ที่จะแยกไปวัดเมืองกายได้ ร้านนี้อยู่ฝั่งตรงข้ามซอยพอดี จอดรถหน้าร้านไม่มีทางได้เลยเพราะถนนแคบ ต้องเลยไปจอดข้างสนามกอล์ฟ หรือ เลยไปจอดทางไปไฟฟ้าบ้านเด่น แล้วเดินย้อนมา   อาหารที่เด่นและแนะนำเลยก็คือ ก้านเห็ดโคนอบซีอิ๊วอร่อยมาก และก็ พวกแกงโฮ๊ะ เด็ดจริง รวมทั้งเกี๋ยวเตี๋ยวต้มยำด้วย  ราคาก็แสนถูกร้านนี้ แต่ที่นัี่งในร้านแคบมากๆ  ร้านนี้หยุดวันอาทิตย์ครับ แต่ขายถึงหกโมงเย็น จันทร์ถึงเสาร์ครับ

7) ร้านมังสวิรัติตรงข้ามปรินซ์: จำชื่อไม่ได้เหมือนกัน ลุงคนขายตัดผมเกรียนๆ ร้านนี้ถ้าวิ่งมาจากถนนทุ่งโฮเต็ล มาถึงแยกปรินซ์ ให้เลี้ยวซ้าย นับไปประมาณ 3-4 ห้องตึีกแถว ก็จอดหน้าร้านได้เลย ถ้าไม่มีที่จอด ก็เลยไปหน่อย จอดแล้วแวะไปกินได้ รสชาติอาหารดีมาก  มีหลากหลายให้เลือก มีเกี๋ยวเตี๋ยวข้าซอยขายด้วย หยุดวันเสาร์อาทิตย์เพราะแกรำคาญ พวกตลาดนัด รถมันเยอะ เลยหยุด ตะก่อนเห็นเปิด ตอนนี้ปิดทั้งเสาร์ทั้งอาทิตย์ ร้านนี้เปิดแต่เช้า แต่บ่้ายๆ ก็ปิดล่ะ จุดเด่นก็พวกลาบ พวกยำ และก็อาหารไทย รสชาดดี

มีอีกหลายที่ทั้งในและนอกเมือง ที่ยังไม่ได้เขียนแนะนำเพราะชักเมื่อย ถ้าสนใจอย่างไรจะหารูปถ่ายมาใส่ให้ดูและจะเขียนภาคสองเพิ่มเติมให้อีก เพราะยังนึกออกอีกเพียบแต่ขี้เกียจเขียนล่ะ คงพอเป็นไอเดีย ให้ @NaiOhm และ เพื่อนๆ ที่อ่านบลอคนี้ไปลองชิมดูนะครับ ถ้าสนใจผมจะเขียนมาบอกเพิ่มให้ครับ

AjBomb

23-08-09

Leggi tutto

เรื่องเล่าจาก..คนสร้างเกมส์

By admin

carparkวันนี้ผมได้มีโอกาสไปนั่งฟัง คนในวงการพัฒนาเกมส์บน iPhone มาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ เรื่องเกมส์ ถือเป็นเรื่องใหม่ ที่ทำให้ผมได้เปิดมุมมองและได้ความรู้ใหม่ๆ มากมาย   ผมเลยรวบรวมสิ่งที่ผมพอจะจดจำได้มาเล่าให้เพื่อน ๆ ที่ไม่ได้ไปฟัง เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ  จริงๆ ที่น่าสนใจนี่ มีมากมายเหลือเกิน แต่ เอาเท่าที่จำได้ก่อนแล้วกัน เพราะผมก็หลับๆ ตื่นๆ ไปบ้างบางช่วงบางตอน

สิ่งที่อยากเล่าให้ฟังสิ่งแรก คือ การสร้างเกมส์บนไอโฟน เป็นการขายไอเดีย ไม่ใช่ขายโปรแกรม ความหมายคือ ถ้าไอเดียคุณเจ๋ง เกมส์สนุกคนเล่นชอบ คุณมีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว  ผมชอบคำนี้จัง  UE>UI  เขาขยายความว่า UE = User Experience  , UI = User Interface  ความหมายของอันนี้ก็คือ  User Experience  หรือประสบการณ์อันสนุกสนานของลูกค้า นี่สำคัญมาก เพราะ จะทำให้เราสามารถสร้าง interface ที่ดีได้ ความหมายก็คือ เราต้องเอาลูกค้าสนุก เป็นที่ตั้ง ไม่ใช่คนพัฒนาเกมส์สนุกของตัวเองอยู่คนเดียว

เรื่องที่สองที่จำได้ คือ เรื่องของทีมพัฒนาเกมส์   ซึ่งพวกเกมส์คอนโซล ต้องใช้ทีมพัฒนา นับสิบคน และ เงินพัฒนาอีกมหาศาล แต่เกมส์บนไอโฟนใช้คนเพียงแค่ 2-4 คนก็สามารถที่จะทำได้แล้ว จะเห็นได้ว่า ลงทุนน้อยใช้คนน้อย แต่โอกาสได้ตังแยะ มีทางๆ จึงดูจะเหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มต้น ที่สามารถเข้าไปต่อกร กับบริษัทใหญ่ๆ ได้ เพราะงานนี้ ไม่เกี่ยงน้ำหนัก คนมากคนน้อยสู้กันได้สบาย

เรื่องที่สาม คือเรื่อง  No Goal - No Game อันนี้น่าสนใจ ตรงที่เขาเล่าให้ฟังว่า การพัฒนาเกมส์ ต้องมีเป้าหมายว่าเกมส์นี้จะให้อะไรกับคนเล่นบ้าง ความสนุก ความตื่นเต้น ฯลฯ  ไม่ใช่ทำไปเรื่อยเปื่อยไม่มีเป้าหมาย เกมส์ที่ดีต้องมีเป้าหมาย

อีกอันที่เค้าพูดถึง แล้วน่าสนใจคือ ทำไมต้องให้ทดลองเล่นเกมส์ 60 นาที ฟรีๆ   เพราะมีงานวิจัยมาแล้วว่า 5 นาทีแรก รู้สึกไง 10 นาทีต่อมารู้สึกอย่างไร  จนถึง 60 นาที นี่เป็นเวลาที่ตัดสินใจได้ล่ะ ว่าฉันควรจ่ายตัง เพื่อโหลดไอ้เกมส์นี้เปล่า นั่นคือที่มาว่า ทำไมต้อง 60 นาที

ในเรื่องการออกแบบเกมส์ก็เช่นกัน มีการพูดถึงคำว่า Focus and Simplicity  คือ ออกแบบให้ง่าย และไม่สะเปะสะปะ มีจุดโฟกัสที่แน่นอน อย่าไปซับซ้อนซ่อนเงื่อนมาก  อันนี้ก็เป็นข้อคิดที่น่าสนใจมาก 

สุดท้ายที่ผมจำได้คือ  การออกแบบเกมส์ที่ดี ต้องสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้เล่น และมีความท้าทายให้ผู้เล่นอยู่เสมอ  จริงๆ มีอีกสองสามข้อ แต่จำได้แค่นี้   

ก่อนจะจบเรื่องเล่า ผมยังประทับใจคำพูดที่วิทยากรระดับปรมาจารย์ด้านเกมส์ ที่ได้ฝากไว้ ให้คิด ผมเลยเอาประโยคนี้ หยิบมาเป็นประโยคจบของบทความวันนี้แล้วกันนะครับ

“การเขียน Application บน iPhone ก็ไม่ใช่ว่าจะขายได้ แต่สิ่งที่ขายได้ คือ Idea

ขอให้ทุกท่านมีสันติสุขครับ

Ajbomb

15-09-2009

categoriaIT commento1 Comment dataสิงหาคม 15th, 2009
Leggi tutto

วันนี้…รัก - พรุ่งนี้…เกลียด!

By admin

cry2-copy2ผมได้ฟังบางส่วนของประโยคนี้ จากละครเรื่องไฟโชนแสง ที่กำลังออกอากาศอยู่ทางช่อง 3   ปกติผมไม่ค่อยชอบดูละครหลังข่าว ด้วยเห็นว่า หลายๆ เรื่องค่อนข้างเป็นแหล่งกำเนิดของ ยุงร้าย  (..น้ำเน่ามาก)  แต่ขณะเดียวกัน ผมค้นพบว่า คำบางคำ หรือแง่คิดบางอย่างที่สะท้อนผ่านตัวละครนั้น บางทีทำให้เราฉุกคิด หรือได้รับแง่คิดดีๆ มากมาย

ที่จะเก็บมาเล่าให้ฟังวันนี้เป็นฉากที่นางเอก บอกกับพระเอก หลังจากที่พระเอกสารภาพรักกับเธอ  โดยเธอบอกว่า “คนเรานั้น  วันนี้พูดได้ว่า.. รัก แต่พรุ่งนี้ อาจเกลียดกัน.. ไม่เช่นนั้น คงไม่มีคนผิดหวัง…เพราะความรักอยู่ทุกวันนี้หรอก“    พอผมได้ยินประโยคนี้ ยอมรับว่าโดนสุดๆ เลยรีบตาลีตาเหลือกควานหาปากกากระดาษ มานั่งจดไว้เลยทีเดียว และ ตั้งใจในทันทีทันใดนั้นว่า จะหยิบเรื่องนี้มา เล่าสู่กันฟังผ่าน ajbomb.com

โดยส่วนตัวนั้นผมเชื่อว่า ความรัก เป็นสิ่งที่สวยงาม และก็เชื่อที่นางเอกบอกด้วยว่า ความรักไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืน พรุ่งนี้อาจเปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่งเลยทีเดียว  (ในที่นี้ ผมขอพูดเฉพาะในบริบทของความรักระหว่างหนุ่มสาวเท่านั้นนะครับ)   สิ่งที่ผมได้ประสบด้วยตนเองในชีวิตนั้น พบว่าจริงๆ แล้ว เราไม่ได้รัก กัน แต่เราต้องการเป็นเจ้าของซึ่งกันและกัน แต่เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ต้องการที่จะเป็นเจ้าของ หรือไม่ต้องการถูกเป็นเจ้าของแล้ว ความไม่สมหวัง หรือความขัดแย้งก็จะปรากฏกายขึ้น และนำไปสู่ความร้าวฉานอย่างรุนแรงที่สุดในชีิวิต เพราะ แรงพยาบาทของคนที่ผิดหวังจากความรัก ก็จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังแห่งการทำลายล้าง ที่รุนแรง และเกินความคาดคิดของใครๆ ว่า คนที่เคยรักกันจะทำลายกันได้มากมายขนาดนี้

แท้จริงแล้ว มนุษย์ทุกคนไม่ีว่าจะชายหรือหญิง ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาที่แปรเปลี่ยนไป จิตใจของแต่ละคน รสนิยมของแต่ละคนก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน อันนี้คือ หลักธรรมชาติที่ต้องยอมรับความจริง และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงย่อมมีผลกระทบตามมาแน่นอน แต่การทำลายล้างจากผู้ที่ผิดหวังหรือพลาดหวัง ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมา ..ไม่ได้ทำให้ คนๆ นั้นกลับมา..เป็นของคุณอีกครั้ง  เมื่อใดที่ความรักยังมีอยู่ในโลกนี้ …คนที่ผิดหวังเพราะความรัก คนที่เสียน้ำตาเพราะความรัก ก็ยังคงมีอยู่คู่กันตราบนั้น..

อย่ายึดติดกับคำว่า “รัก” ที่ใครก็ตามพูดกับคุณในวันนี้ จำไว้ให้ขึ้นใจว่า  ที่ใดมีคำว่า “รัก” ..ที่นั่นในอนาคตอาจมีบางคนที่กำลัง “ผิดหวัง” เพราะคำว่า “รัก” อยู่ด้วยเช่นกัน  แต่สิ่งที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นโดยเด็ดขาด คือ  ความเกลีัยดชัง  วันนี้อาจ “รัก” แต่พรุ่งนี้ต้องไม่มีความ “เกลียดชัง”  แม้ใครสักคนอาจจะไม่ได้รัก กันและกันแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า “เรา” ต้อง “เกลียดกัน” นี่นา

ผมเชื่อในเรืองของความรัก ผมมองความรักเป็นสิ่งสวยงาม  แต่ผมก็ต้องทำใจยอมรับหากว่า วันแห่งความผิดหวัง ผ่านเข้ามาในชีวิต     การยอมรับความเป็นจริ  แม้ว่ามันจะยาก และเจ็บปวดมาก   แต่ “เวลา” จะช่วยเยียวยาทั้งเขาและเราได้  จงมีความอดทน และอดกลั้นต่อสิ่งต่างๆ ที่จะเข้ามากระทบ และท้ายสุด อย่าใช้ความร้าย ตอบแทน ความร้าย อย่าใช้ความรุนแรงตอบแทนความรุนแรง เพราะจะไม่มีใครชนะ แต่ทุกคนจะแพ้…

รักกันเถอะครับ… อย่าเกลียดกันเลย...แม้ใครสักคนอาจเปลี่ยนไป…

ร้องไห้เถิดครับ… ถ้าผิดหวัง ..แต่จะไม่ทำลายคนที่ (เคย) รักเรา…และเรา ก็ (ยังคง) รักเขา

เพราะความรัก เป็นสิ่งสวยงาม....

Aj Bomb….

15-08-09

categoriaทั่วไป commentoNo Comments dataสิงหาคม 15th, 2009
Leggi tutto

ถ้า..ฆ่ายุงหมดโลก จะเกิดอะไรขึ้น?

By admin

ช่วงนี้ ผมได้เห็นป้ายโฆษณาหลายที่ เขียนว่า “ร่วมฆ่ายุงร้ายให้หมดโลก”  ผมอดคิดตามเล่นๆ ไม่ได้ว่า ถ้าเราฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยุงให้หมดโลกมันจะิเกิดอะไรขึ้นบ้าง   ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งว่าผมไร้สาระนะครับ  ผมขอถือโอกาสนี้วิเคราะห์เป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้

1. กบเขียดและสัตว์ที่กินยุง:  ก็จะขาดอาหารไป 1 เมนู ซึ่งคงไม่ถึงกับทำให้มันสูญพันธ์ เพราะมันคงไปจับ แมลงหวี่ แมลงวัน เต่าทอง ฯลฯ กินแทนได้ ดังนั้นเรื่องยุงตายหมดโลกแล้วทำให้กบเขียดสูญพันธ์นี่ตัดออกไปได้

2. ปลากัด ปลาหางนกยูงและปลาที่กินลูกน้ำเป็นอาหาร:  ด้วยเหตุที่ลูกน้ำเป็นลูกของยุง ถ้ายุงหมดจากโลกนี้ อาจกระทบต่อห่วงโซ่อาหารของปลาต่างๆ แต่มาพิจาณาดูแล้วปัจจุบันนี้ เราใช้อาหารปลาสำเร็จรูปให้ปลากิน ดังนั้นจะมีหรือไม่มีลูกน้ำก็ไม่น่าเดือดร้อนกับปลาพวกนี้

3. คนผลิตยากันยุง :  อันนี้น่าจะเืดือดร้อนหน่อย ยอดขายอาจจะตกลงไป เพราะไม่มีคนซื้อยากันยุง แต่คงไม่ถึงกะเจ๊งเพราะว่า เค้าก็ไปผลิตยาฉีดแมลงสาบ ปลวด เห็บ เหา อะไรต่อมิอะไรต่อไป  สรุปคือไม่ถึงกับปิดกิจการ แต่ยอดขายอาจกระทบ

เท่าที่ประมวลเหตุผลที่นึกออก ได้ในขณะนี้พบว่า การฆ่ายุงร้ายให้หมดโลก น่าจะเป็นเรื่องดีเพราะ อย่างน้อยไข้เลือดออกหายไป และ เราก็ประหยัดเลือดจากการโดนยุงดูด ได้ด้วย  ดังนั้น ถ้ามีโครงการฆ่าล้างโคตรยุงให้หมดไปจากโลกใบนี้จริง คงไม่น่าจะส่งผลกระทบถึงขึ้น Butterfly Effect หรือแนวเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว  จนสิ่งแวดล้อมของโลกล่มสลายพังทลายลงไป

ที่ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะผม ไปนึกถึงหนังเรื่อง Bee Movie ที่พวกผึ้งมันไม่ยอมออกไปหาน้ำหวานจนทำให้ ดอกไม้และพันธ์ไม้ต่างๆ เกือบมลายหายสิ้นไปจากโลก ผมเลยเอามาคิดต่อว่า ถ้ายุงมันหายไปจะเกิดไรขึ้นบ้าง  แต่จากการวิเคราะห์ด้านบนแล้วก็ยังไม่เห็นผลกระทบในแง่ลบอะไร ดังนั้นก็จงตั้งหน้าตั้งตาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยุงกันต่อไป เพื่อประโยชน์สุขของชาวโลก แต่ถ้าเพื่อนๆ ท่านใดเห็นประโยชน์ของยุงที่ผมอาจมองข้ามไป ก็รบกวนส่ง comment บอกผมหน่อยนะครับ

AJ.Bomb

2-8-09

categoriaมุมมอง ความคิด commento2 Comments dataสิงหาคม 2nd, 2009
Leggi tutto

8 เทคนิค สารภาพรัก กับ ชายหนุ่มอย่างมีชั้นเชิง..

By admin

loverผมไปอ่านเจอ เรื่องนี้ในนิตยสาร ชื่อ Spicy ฉบับเดือน July 2009 อ่านแล้วอดที่จะนำมาแบ่งปันไม่ได้ อย่าไปคิดไรมาก อ่านขำๆ แต่ถ้ามีโอกาสนำไปใช้ก็ลองดู ได้ผล หรือได้แผล ประการใด ก็อย่าลืม เขียนมาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ

เขาเขียนบรรยายไว้แยะ ผมขออนุญาต ถอดความมาแต่แก่นๆ นะครับ จะได้ไม่ยืดเยื้อ เค้าว่าไงงี้ครับ

1. ให้ตรวจสอบก่อนว่า “เขาคิดกับเราแบบไหน?” ทำได้โดยการสังเกตุดูว่า เวลา เขาอยู่ใกล้คุณ เขามีอาการโรแมนติค แค่ไหน เช่น มีเขิน มีอาย มีหน้าแดง แต่งหล่อ หรือพูดติดอ่างตะกุกตะกัก บ้างไหม ถ้ามีอาการแบบนี้บ้างล่ะก็ แสดงว่ มีแวว แต่ถ้าทั้งเบียดทั้งกระแซะ ทั้งนั่งบนตัก ยังทื่อเป็นท่อนไม้ ควรจะลองไปคิดใหม่ โอกาสลุ้นมีน้อยมาก

2. หาบรรยากาศและโอกาสที่เป็นใจ: เช่นไปเดินเล่นในสวนสวยๆ ตอนเย็นๆ พระอาทิตย์กำลังจะตก หรือกินลมชมวิว ทะเลกันสองต่อสอง อะนะ แค่คิดยังโรแมนติค ถ้าได้บรรยากาศดี ๆ อะไรๆ ก็เป็นไปได้ จะสารภาพอะไรกันหวานแค่ไหนมันก็ง่ายอะนะ บรรยากาศเป็นใจ

3. บอกกันซึ่งๆ หน้า :   ในฐานะที่คุณเป็นลูกผู้หญิง หนุ่มๆ เค้าคงไม่ถือสาอะไรมาก นัก ถ้าคุณจะบอกรักทางโทรศัพท์ เพราะจะให้มาบอกกันแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน หญิงไทยหัวใจแพนด้า ก็อาจจะเขิน อย่างไรก็ตามขั้นแรก ก็ควรเริ่มจากการเกริ่นนำเล็กๆ น้อยๆ พอให้เขารู้ตัวว่าสิ่งที่คุณกำลังจะพูดไม่ใช่เรื่องไก่กาอาราเล่ แต่มันเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตลูกผู้หญิงตัวเท่ามดของคุณ แล้วก็ค่อยๆ เข้าประเด็นหลัก เช่นเราเป็นเพื่อนกันมากี่ปีแล้วเธอจำได้ไหม”อยากมีแฟนแบบที่เข้าใจเรา คุยกันได้ทุกเรื่องแบบเธอนี่ล่ะ” ไม่ว่าคุณจะเกริ่นเรื่องอะไรขอย้ำ นะครับ ย้ำว่าควรเป็นไปในทำนองยกย่องชมเชยและเชลียร์พี่ท่านเข้าไว้ อิๆ

4. อย่า โอเว่อร์ แอคชั่น : เช่นคำประเภทนี้ หลีกให้ห่างๆ เลยนะครับ “หลังจากผ่านความรักมาร่วมๆ สิบแปดครั้ง พบแต่ความหลอกลวงจนเกือบจะสิ้นหวัง ซะแล้ว ฉันก็พบว่าโลกนี้ยังมีผู้ชายดีๆ เหลืออยู่อีกคน และเขาคนนั้น (ช้อนสายตาขึ้นมองเหยื่อ..) ก็คือ เธอนั่นเอง แบบนี้มากไปครับ อย่าไปใช้

5. ไม่ห้าวเกินงาม:เฮ้ย มาเป็นแฟนกันดีปะ ไม่ต้องซีเรียสนะโว๊ย แค่ขำๆ “ อันนี้หญิงเหล็กทั้งหลายชอบใช้ ซึ่งในเวลาที่ต้องการความโรแมนติค ขอความกรุณาหยุดใช้คำพูดแนวนี้ อย่าลืมว่า ผู้ชายทุกคนอยากได้แฟนที่เป็นผู้หญิง ไม่ต้องแอ๊บแมน ใส่เขามาก

6. เขินอาย สไตล์ หญิง: เสน่ห์อย่างหนึ่งของผู้หญิงที่เก้งกวางบ่างชะนี ไม่มี คือ ยางอาย ดังนั้นเวลาสารภาพรัก กับหนุ่มๆ สาวเจ้าทั้งหลายควรจะเอายางอายออกมาใช้เสียบ้าง ถึงในชีวิตคุณจะเคยผ่านการสารภาพรักมาเป็นรอ้ย แต่ไม่เสียหายที่จะทำเป็นเขินอายนิดๆ หน่อยๆ ให้สมกับเป็นลูกผู้หญิง หนุ่มๆ เขาจะได้มีแก่ใจเพ้อเจ้อได้ว่าเขาคงเป็นรักแรกของคุณ แบบว่ามันเป็นการเพิ่มมูลค่าให้สินค้าไปในตัวอะหนู

7. อย่างเร่งรัดคำตอบ: ขอความรักนะหล่อนไม่ใช่เอามือถือไปซ่อม ไม่ต้องไปกำหนดหรอกว่าเธอจะต้องตอบฉันภายในวันไหนเวลาไหน เรื่องแบบนี้ต้องให้เวลาเขาได้บวกลบคูณหาร ก่อนว่าเขารูสึกอย่างไรกับคูณ วิธีทิ้งท้ายที่ดีคือ “ลองเอาไปคิดดูนะ แล้วพร้อมจะตอบเมื่อไรก็บอกมา” เห็นมะ ฟังดูแล้วเป็นหญิงไทยใจกว้างไม่ชอบบังคับใครดีจังเลย (แม้ที่จริงคุณจะบ้าอำนาจ จอมซาดิสม์ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง)

8.ให้โอกาสเขาปฏิเสธ: ไม่จำเป็นว่าบอกรักแล้วจะได้ความรักกลับมาเสมอไป ถึงแม้คุณจะมั่นใจเต็มร้อยว่าเขาก็รักคุณเหมือนกัน แต่เขาอาจจะมีใครในใจเขาอยู่โดยที่คุณไม่รู้ก็ได้ เพราะฉะนั้นเวลาสารภาพรักคุณจึงควรจะแง้มๆ ประตูไว้หน่อยว่า ถึงแม้เขาจะ Say No แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ ไม่ใช่ร้องห่มร้องไห้ อย่าไปบีบบังคับเขาเด็ดขาด

จบละ คิดว่าคงจะเป็นประโยชน์มากมาย สำหรับสาวๆ ที่ติดตาม ajbomb.com นะครับ ได้เรื่องหรือไม่ได้เรื่องอย่างไรก็ช่วย comment มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ

ด้วยความปรารถนาดี

@Ajbomb

31-07-2009

categoriaHow to?, มุมมอง ความคิด commento2 Comments dataกรกฎาคม 31st, 2009
Leggi tutto

82.6 Kgs. ตัวเลขอันตราย?

By admin

วันนี้ผมไปชั่งน้ำหนักมาครับ… หลังจากหย่อนเหรียญบาทลงตกกระทบ ดังกริ๊ง … ผมหัวใจแทบหยุดเต้นกับการลุ้นตัวเลขที่วิ่งไปไม่หยุดของตาชั่ง…และแล้ว มันก็วิ่งมาหยุดที่ 82.6 Kg

โอววว….ผมน้ำหนักขึ้นมาเกือบ 4 กิโล เลยเหรอนี่ ในเวลาเพียงแค่ 2 เดือน  มิน่าช่วงนี้เดินเหินไม่ค่อยคล่อง แล้วตัวหนักด้วย  คิดว่าสาเหตุเกิดจากการอบรมสัมมนาที่มีถี่มาก และผมกินของว่างที่เขาเลี้ยงเยอะเกิน (ครั้งละ 3 ชุด เป็นอย่างต่ำ)  ไม่ใช่ตะกละ ..แต่เสียดายเกรงว่าของจะเหลือ…ยายสอนไว้ กินอะไรอย่ากินเหลือ

ผมตัดสินใจว่าจะงดอาหารในทันทีที่ผมเห็นตัวเลขบนตาชั่ง  ผมทนได้อยู่ประมาณ หนึ่งชั่วโมง ผมเริ่มหิวล่ะ  ผมเลยคิดว่ากินสักหน่อยก่อนหกโมงเย็น คงไม่เป็นไร เด๋วคงย่อยหมด  จิตใจต่อสู้กันมาก ระหว่างฝ่ายบอกให้กิน กับฝ่ายบอกอย่าเพิ่งกิน   สู้ไปสู้มา ฝ่ายกิน ชนะ ผมซัดบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงไป หนึ่งจานพูน พร้อมลำใยอีกหนึ่งมัด อืม.. สมองวิ่งหน่อย แต่รู้สึกผิด ต้องคิดหาวิธีออกกำลังกาย…นึกไม่ออกว่าจะเล่นอะไรดี แต่คงต้องเล่นสักหน่อย ปัจจุบันนี้ ก็เล่นอย่างเดียว คือ เล่น M  … ซึ่งได้ออกแค่กำลังนิ้ว ไม่ได้ออกกำลังกาย

ใครมีคำแนะนำวิธีการลดน้ำหนัก แบบไม่หักดิบ  comment มาบอกได้ด้านล่างนี้ มีรางวัลให้

‘จารย์บอม

31-07-09

categoriaทั่วไป commento1 Comment dataกรกฎาคม 31st, 2009
Leggi tutto

Biz Pure Pure กับความรู้ทางธุรกิจแนวขำๆ

By admin

ผมได้ทำ blog ใหม่อีกหนึ่งอัน เกี่ยวกับทางด้านธุรกิจและแนวคิดทางการตลาดแบบชาวบ้านๆ ถ้าเจออะไรที่เข้าท่าผ่านหูผ่านตาเข้ามา ผมก็จะเก็บมาเขียนเป็นแนวคิดให้กับผู้ที่สนใจด้านการตลาดได้อ่านกันดู เข้าไปติดตามผ่าน ลิ๊งค์ด้านขวามือ ที่ชื่อว่า Business Knowledge หรือจะเข้าตรงได้ที่ http://bizpurepure.blogspot.com ก็ได้นะครับ

อาจารย์บอม

22-07-09

categoriaทั่วไป commentoNo Comments dataกรกฎาคม 22nd, 2009
Leggi tutto