
บางที…
เราไม่ได้ “เกลียดกันมากขึ้น”
แต่เราแค่ถูก “ป้อนความโกรธ” มากขึ้นทุกวัน
นี่คือประเด็นที่บทความจาก Scientific American ชวนให้คิด เมื่อมีงานวิจัยใหม่พบว่า
ถ้าเราลดโพสต์ที่ดุเดือด แบ่งขั้ว และกระตุ้นอารมณ์
ความเกลียดทางการเมืองจะ “ลดลงจริง”
ไม่ใช่แค่ความรู้สึก
แต่ลดลงในระดับที่ “วัดได้”
🧠 ปัญหา: อัลกอริธึมไม่ได้เป็นกลาง
แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใช้ระบบอัลกอริธึมในการจัดลำดับโพสต์
โพสต์ไหนเรียกอารมณ์แรง ๆ ได้ดี
โพสต์นั้นมักถูกดันขึ้นมา
เพราะอารมณ์แรง = เวลาอยู่บนแพลตฟอร์มนานขึ้น
และเวลา = รายได้จากโฆษณา
ปัญหาคือ
โพสต์ที่กระตุ้นความโกรธ ความเกลียด หรือความกลัว
มักเป็นโพสต์ที่ “แบ่งเรา-แบ่งเขา” ทางการเมือง
และเมื่อเราเห็นสิ่งนี้ซ้ำ ๆ
เราก็เริ่มรู้สึกว่า “อีกฝ่าย” แย่ลงเรื่อย ๆ
🔬 งานวิจัยทดลองแบบตรงไปตรงมา
ทีมนักวิจัยพัฒนา “ส่วนขยายเบราว์เซอร์”
ที่ใช้ AI วิเคราะห์โพสต์บนแพลตฟอร์ม X (Twitter เดิม)
จากนั้นจัดลำดับฟีดใหม่ โดย
- ลดความสำคัญของโพสต์ที่มีเนื้อหาเกลียดชังหรือไม่เป็นประชาธิปไตย
- หรือในบางกลุ่ม เพิ่มโพสต์แนวแบ่งขั้วให้เห็นมากขึ้น (เพื่อเปรียบเทียบ)
มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,200 คน
ทดลองใช้งาน 10 วัน ก่อนการเลือกตั้งสหรัฐปี 2024
📊 ผลลัพธ์ที่น่าสนใจมาก
คนที่เห็นโพสต์แบ่งขั้วน้อยลง
- รู้สึก “อบอุ่น” ต่อฝ่ายตรงข้ามมากขึ้น
- มีระดับความโกรธและความเศร้าน้อยลง
- คะแนนความรู้สึกดีต่ออีกฝ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 2–3 จุด จาก 100 คะแนน
นักวิจัยบอกว่า
ผลกระทบระดับนี้ เทียบเท่ากับการเปลี่ยนแปลงทัศนคติทางการเมืองเฉลี่ยของคนอเมริกันในช่วงเวลา 3 ปี
พูดง่าย ๆ คือ
“แค่จัดลำดับโพสต์ใหม่”
สังคมก็อาจไม่แตกแยกเท่าเดิม
🎯 ประเด็นสำคัญที่สุด
งานวิจัยนี้ไม่ได้บอกว่า
“คนเปลี่ยนอุดมการณ์”
แต่มันบอกว่า
สภาพแวดล้อมทางข้อมูล (information environment)
มีผลโดยตรงต่ออารมณ์และทัศนคติทางการเมือง
และที่สำคัญ
ผู้ใช้สามารถมีเครื่องมือควบคุมฟีดของตัวเองได้
โดยไม่ต้องรอแพลตฟอร์มแก้ไข
มุมมองของอาจารย์บอม 🧠📱🏛️
ถ้ามองผ่านทฤษฎีการสื่อสารทางการเมือง
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอย่างน้อย 3 แนวคิดใหญ่
1️⃣ Agenda-Setting Theory
ใครกำหนด “สิ่งที่เราควรสนใจ”
คนนั้นกำลังกำหนดกรอบการเมือง
อัลกอริธึมคือผู้จัดวาระ (agenda setter) ยุคใหม่
มันไม่ได้บอกเราว่า “คิดอะไร”
แต่มันบอกเราว่า “ควรโกรธเรื่องอะไร”
2️⃣ Framing Theory
ถ้าโพสต์ที่เราเห็นส่วนใหญ่เป็นโพสต์รุนแรง
โลกการเมืองจะถูก “ใส่กรอบ” ว่าเป็นสนามรบตลอดเวลา
แต่ถ้าเราเห็นข้อมูลที่หลากหลายมากขึ้น
กรอบความจริงก็อาจไม่ตึงเครียดเท่าเดิม
3️⃣ Spiral of Silence
เมื่อบรรยากาศออนไลน์เต็มไปด้วยเสียงสุดโต่ง
คนที่คิดแบบกลาง ๆ จะเงียบ
อัลกอริธึมจึงไม่ใช่แค่สะท้อนความขัดแย้ง
แต่มันอาจ “ขยายเสียงสุดโต่ง” จนเสียงอื่นหายไป
คำถามสำคัญคือ
ในยุคที่อัลกอริธึมมีอำนาจมากกว่าสื่อดั้งเดิม
เราจะปล่อยให้ระบบธุรกิจเป็นผู้กำหนดอุณหภูมิทางการเมืองของสังคม
หรือเราจะพัฒนา “อำนาจของผู้ใช้” ให้ควบคุมฟีดตัวเองได้มากขึ้น?
AI ไม่ได้มีแต่ด้านลบ
มันอาจเป็นเครื่องมือ “ลดความแตกแยก” ได้เช่นกัน
ขึ้นอยู่กับว่า
เราออกแบบมันเพื่อ “กำไร”
หรือเพื่อ “คุณภาพของประชาธิปไตย”
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี
แต่มันคือเรื่องของโครงสร้างอำนาจในการสื่อสารยุคดิจิทัล
และใครควรเป็นคนถืออำนาจนั้น
#อาจารย์บอม
#อาจารย์บอมชวนคิด
#อาจารย์บอมมองโลก
#การสื่อสารทางการเมือง
#AlgorithmicPolitics
#AIกับประชาธิปไตย
#DigitalPolarization
#AgendaSetting
#Framing
#ประชาธิปไตยยุคAI












