รีวิวหนัง : ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา

 nares001
 
ผมเป็นคนที่ชอบดูหนังไทยและมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะสนับสนุนหนังไทยทุกเรื่องโดยเฉพาะหนังแนวประวัติศาสตร์ ปลูกฝังความรักชาติรักแผ่นดิน แม้ใครจะแซะว่าผมเป็นพวกคลั่งชาติหรือหัวโบราณ ก็ตามที  เพราะผมมีความเชื่อว่า ประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ยึดโยงคนในชาติให้มีความรักความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน    ดังนั้นเมื่อหนังไทยฟอร์มยักษ์อย่าง “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา” เข้าฉาย ผมจึงพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงนั่นคือรีบตีตั๋วเข้าไปดูในวันแรกเลย จร้า
 
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในภาคนี้ ถือเป็นภาคจบ หรือภาคสุดท้ายตามชื่อเรื่อง นั่นคือ “อวสานหงสา”  (ถ้ายังไม่อวสานแล้วดันมีภาคอื่นตามออกมาอีกเนี่ย ผมมีเคืองนะ ฮ่าๆ) ในภาคนี้การดำเนินเรื่องถือว่าทำได้รวดเร็วกระชับฉับไวมาก ไม่เยิ่นเย้อเหมือนภาคก่อนๆ  เปิดเรื่องมาก็ตัดฉับย้อนให้คนดูเห็นช๊อทเด็ดๆ ของภาคก่อนหน้านี้ เหมือนช่วยย้อนความทรงจำ จะได้ต่อเรื่องติดกับภาคนี้ได้  ตรงนี้ถือว่าทำได้ดี ขอชมเชย
 
nares002
 
 
ในส่วนของนักแสดง ผมชอบ “พันโท วันชนะ สวัสดี”  ที่รับบทเป็น สมเด็จพระนเรศวรฯ เพราะในภาค “อวสานหงสา” นี้ บทบาทของเขาโดดเด่นมาก และเขาก็แสดงได้ดีมากๆ ด้วย    อนึ่งฯภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้รวมเอานักแสดงรุ่นใหญ่ๆ ไว้หลายคน ไม่ว่าจะเป็น “สรพงศ์ ชาตรี”   “สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์”  และ “นิรุตติ์ ศิริจรรยา”  ซึ่งเรื่องฝีไม้ลายมือในการแสดงของบรรดารุ่นใหญ่เหล่านี้ รับรองว่าหายห่วงกันทุกคน


nares003


nares012


แต่สำหรับ อาหนิง นิรุตติ์ ศิริจรรยา ที่รับบทเป็น “เจ้าเมืองตองอู” โดยส่วนตัวผมจะไม่ค่อยอินกับบทนี้ของแกเท่าไร  ไม่ใช่ว่าแกแสดงไม่ดีนะ แต่เป็นเพราะผมชอบนึกว่าแกเป็น “บุเรงนอง”  ผู้ชนะสิบทิศ ทุกที (คนรุ่นเก่าๆ ที่อายุเกิน 40  จะรู้ดีว่า อาหนิง นิรุตติ์ เคยเล่นละครโทรทัศน์ รับบทเป็น  “จะเด็ด หรือ บุเรงนอง” ผู้ชนะสิบทิศ ที่สาวแก่แม่หม้าย ในสมัยนั้น ติดกันเกรียวทั่วเมืองและภาพนี้ก็ฝังแน่นอยู่ในหัวผมซะด้วยสิ 555)  แต่โดยรวมแล้วนักแสดงทุกคนถือว่า  ท๊อปฟอร์ม  


nares004


ในส่วนของนักแสดงหญิง ผมขอยกนิ้วให้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น “มณีจันทร์” ที่รับบทโดย “แอฟ ทักษอร”  ที่ยังคงความสวย หวาน และสง่างาม  แบบนางพญาไว้ได้ครบถ้วน


nares006


ส่วนอีกคนคือ “เม้ยมะนิก” ที่รับบทโดย น้อง “ปันปัน เต็มฟ้า”  ลูกสาวของ นักร้องซุปตาร์ในอดีตอย่าง  “แหวน ฐิติมา สุตสุนทร”  น้องปันปัน แสดงได้ดีทีเดียว  แม้จะเป็นการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอก็ตาม (น้องปันปัน เคยเล่นแต่ละครโทรทัศน์โดยเล่นมาประมาณ 3-4 เรื่องแล้ว) ถือว่าน้องสามารถแจ้งเกิดได้ในบทของ       “เม้ยมะนิก” ได้อย่างสบายๆ
 
 nares007


หากมองแค่ชื่อเรื่องว่า  “อวสานหงสา” หรือ ดูแค่คลิปตัวอย่างที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ อาจทำให้เรามโนไปเองว่า “พระนเรศวร” คงจะเป็นผู้บุกไปเผาหงสาจนราบเป็นหน้ากลอง ด้วยพระองค์เอง   แต่จริงๆ แล้วกลับไม่ใช่   ส่วนใครจะเป็นคนเผาและเผาทำไม?  ขอให้ไปดูเอง นะจ๊ะ


ภาพยนตร์เรื่องนี้ มีหลายฉากที่ผมประทับใจ แต่ที่โดดเด่น ก็มีฉากสมเด็จพระนเรศวร ทอดพระเนตรสถานที่ต่างๆ ในเมืองหงสา ที่ถูกเผาจนราบ และภาพเก่าๆ ในอดีตสมัยพระองค์เคยเป็นองค์ประกันที่นี่  ก็แว่บขึ้นมาในความคิดของพระองค์เป็นฉากๆ   ผมชอบโมเม้นท์ช่วงนี้มาก ผู้สร้างสามารถนำเสนอฉากนี้ได้ดี ครบทั้งอารมณ์และความรู้สึกที่กินใจ
 
 nares009
 
ว่ากันตรงๆ นะ หนังเรื่องนี้ น่าจะตั้งชื่อว่า “อวสานพระนเรศ” มากกว่า “อวสานหงสา” เพราะเรื่องราวทั้งหมดในภาคนี้  ล้วนไฮไลท์ไปที่องค์ “สมเด็จพระนเรศวร” เกือบจะทั้งเรื่อง ซึ่งไม่ใช่ว่าจะไม่ดีหรือ น่าเบื่อนะครับ  แต่กลับทำให้ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในภาค “อวสานหงสา” นี้ ดูสนุกกว่าทุกๆ ภาคด้วยซ้ำไป  


nares011


สำหรับในส่วนของคอมพิวเตอร์กราฟฟิค ที่ปรากฏในฉากต่างๆ นั้น ผมถือว่าทำได้ดีในระดับที่ ยอมรับได้   อาจเป็นเพราะผมไม่ได้ไปจ้องโฟกัสหรือจับผิดอะไรมากมายในส่วนนั้น เนื่องจากการดำเนินเรื่องและบทบาทการแสดงที่โดดเด่นของนักแสดงแต่ละคน ทำให้ผมมองเรื่องความเนียนของคอมพิวเตอร์กราฟฟิคเป็นเรื่องรอง ไปเลย


nares005


อีกฉากที่ประทับใจผม คือ ฉากที่สมเด็จพระนเรศวรกำลังจะเสด็จสวรรคต ผมยอมรับว่าเสียน้ำตาให้กับฉากนี้  แม้บางคนอาจจะคิดว่า ยืดยาวไปนิดหนึ่ง  แต่ผมถือว่าเป็นการยืดยาวอย่างสมเหตุสมผล เพราะแฝงไว้ทั้งข้อคิด และการแสดงออกถึงความห่วงใยในหน้าที่การงานการศึกอย่างมากมาย  สิ่งเหล่านี้สะท้อนอยู่ ในคำสั่งเสียครั้งสุดท้ายของพระนเรศวร ที่มีต่อพระเอกาทศรถ ทั้งสิ้น  ส่วนจะสั่งเสียแบบไหนอย่างไรบ้างนั้น ขอไปซึมซับความประทับใจกันเอาเองในโรงภาพยนตร์  ขอย้ำอีกทีว่า ห้ามกระพริบตาเด็ดขาดเพราะฉากนี้น่าประทับใจจริงๆ
 
 nares010


ในส่วนของข้อคิดและสัจธรรมที่ผมได้รับจากภาพยนตร์เรื่องนี้ บอกเลยว่ามีเยอะมาก แต่ขอยกมาเป็นคำพูดบางคำ บางช่วง เพื่อเรียกน้ำย่อยแล้วกันนะครับ ส่วนจะเป็นใครพูดบ้างนั้น ขออนุญาตไม่บอก เพราะอยากให้ไปดูกันเอาเองครับ
“ข้าฯ ก็ฆ่าคนมาไม่น้อย วันหนึ่งกรรมก็จะตามสนอง”   
“ข้าฯ อาจชนะมาแล้วทั้ง 10 ทิศ แต่ไม่มี จักรพรรดิ องค์ใด เอาชนะพญามัจจุราชได้”
“ทิฐิ ถือมั่นในตน จนเกินประมาณ นำไปสู่ความตาย”   
“บาปและบุญจะหักล้างกันหาได้ไม่  หามีผู้ใดในแผ่นดินหลีกหนีกรรมไปได้”




สรุป หนัง “ตำนานสมเด็จพระนเรศวร  อวสานหงสา” เป็นหนังที่เรื่องสนุก งดงาม ได้ข้อคิด และความประทับใจ ทำให้เข้าใจในประวัติศาสตร์ได้ดียิ่งขึ้น   สำหรับคะแนนในส่วนของดารานักแสดงผมให้ที่  9.5/10  ในส่วนการดำเนินเรื่อง ทำได้ดี  ทั้งกระชับและลื่นไหลเข้าใจง่าย ผมให้ 9/10  ในส่วนของความอลังการของฉากต่างๆ รวมทั้ง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ให้ไป 8.5/10 ในส่วนของข้อคิดและเกร็ดประวัติศาสตร์ที่จะได้ติดสมองไปเป็นความรู้  อันนี้ทำได้ดี ให้ไป 9.5/10  สรุปคะแนนรวม รับไปที่  9/10  ไปดูแล้วคุ้มค่า คุ้มราคา ได้ทั้งข้อคิด ความรู้ ความประทับใจ ในประวัติศาสตร์  ถือได้ว่า “อวสานหงสา” เป็นภาคจบที่สมบูรณ์แบบของตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ครับ


อาจารย์บอม  

 


ปล. ความคิดเห็นและคะแนนที่ให้ในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมล้วนๆ
ท่านผู้อ่านมีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะเห็นด้วยหรือเห็นต่างครับ  ..ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ 🙂
Ajbomb

About Ajbomb

นักหาเรื่อง นักเล่าเรื่อง นักเขียน นักแปล รักการสอน รักเด็ก รักสัตว์ รักธรรมชาติ รักษ์โลก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

nineteen − four =