รีวิวหนัง Big Game – เกมล่าประธานาธิบดี

pic001
 
“เราส่งเด็กชายเข้าป่า  แต่คนที่กลับออกมา เขาจะเป็นชาย”   เป็นวรรคทองของหนังเรื่อง “Big Game เกมล่าประธานาธิบดี”  ที่ผมประทับใจจนต้องนำมาไว้ในบรรทัดแรกของรีวิวนี้   ถ้าดูเฉพาะชื่อหนังแล้ว เหมือนจงใจจะเน้นตัวประธานาธิบดีเป็นตัวเด่น  แต่สำหรับผมแล้ว เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้กลับไปอยู่ที่นักแสดงนำที่เป็นเด็กน้อยชาวป่าที่หน้าตาพื้นๆ  แต่บทบาทในภาพยนตร์เรื่องนี้ ต้องถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว
 
pic002


ฉากของเรื่อง  เริ่มที่เด็กหนุ่มวัย 13  ซึ่งมีนามตามท้องเรื่องว่า “โอสคาริ”  (แสดงโดย ออนนิ ทอมมิล่า) ต้องเข้าป่าไปปฏิบัติภารกิจล่าสัตว์ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ต้องอยู่ในป่าให้ครบ 24 ชั่วโมงเพียงลำพัง ในวันเกิดของเขา   ซึ่งอันนี้เป็นประเพณีของหมู่บ้านชนบทในประเทศฟินแลนด์เพื่อพิสูจน์ให้คนในหมู่บ้านเห็นว่า เด็กผู้ชายคนนี้ได้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แล้ว   ประมาณว่าต้องล่าสัตว์ใหญ่อะไรติดไม้ติดมือกลับออกมาจากป่าให้ได้สักตัวหนึ่ง


pic003

พ่อของเจ้าเด็กคนนี้เป็นนักล่าที่เก่งมาก ในสมัยที่แกเป็นวัยสะรุ่นแล้วต้องเข้าป่าไปตามประเพณีนี้ แกล่าได้หมีขนาดยักษ์เลยทีเดียว  พอมาถึงยุคของลูกชาย เผอิญดันไม่เก่งเท่าพ่อ  เอาแค่ว่าจะ โน้มสายยิงธนูยังไม่ค่อยจะไหว คือ คนในหมู่บ้านเลยบอกว่า เฮ้ยไม่ต้องเอามันเข้าไปก็ได้นะ ในป่าน่ะ  คือกลัวจะไปหลงป่าตายคาป่าซะก่อน  แต่พ่อก็แบบเสียฟอร์มไม่ได้ไง เลยบอกให้ลูกเข้าป่าไปลุย  (แต่ก็มีฉากที่น่าประทับใจมาก เพราะพ่อมีการแอบช่วยลูกด้วยนะ แต่ช่วยแบบไหนยังไงนี่ ให้ไปดูเอาเองในโรง)


pic005
 
ความสนุกของเรื่องคือ ในขณะที่เจ้าหนูกำลังปฏิบัติภารกิจลูกผู้ชายในป่า  เครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ก็ดันโดยสอย ร่วง ตกลงในป่าที่เจ้าหนูนั่นอยู่พอดี โดยคนที่สอยมันร่วงนั้น เป็นพวกเศรษฐีที่บ้าชอบเล่นเกมไล่ล่า (เลยกลายมาเป็นชื่อหนัง “เกมล่าประธานาธิบดี”) แต่แทนที่จะล่าสัตว์ เฮ้ย เล่นล่าของใหญ่เลยคือล่าประธานาธิบดี กันเลยทีเดียว คืออันนี้ยอมรับว่าหนังสร้างแบบ แอบเว่อร์ไปนิดนะ  คนระดับประธานาธิบดีสหรัฐ (ซึ่งแสดงโดย แซมมัวร์ แอล แจ็คสันทำไมโดนสอย โดนล่ากันง่ายๆ แบบนี้  ท้ายสุดรวบรัดตัดตอน เอาเป็นว่า ท่านประธานาธิบดี ก็ได้เจ้าเด็กน้อยคนนี้ล่ะที่ช่วยให้รอดพ้นจากการไล่ล่า และปลอดภัยกลับออกมาได้ แนวๆ “หนูช่วยราชสีห์”  คือจบแบบ Happy Ending และเด็กคนนี้เลยกลายเป็นฮีโร่สำหรับคนในหมู่บ้านไปเลย  (คือเจ๋งกว่าพ่อ พ่อล่าได้แค่หมียักษ์  แต่ลูกนี่คือช่วยประธานาธิบดีสหรัฐ กันเลยทีเดียว)


pic004
 
พล็อตหนังเรื่องนี้ถ้าดูเอา น่ารัก สนุกสนาน ตื่นเต้น ก็ถือว่าผ่านนะ  แต่ถ้าจะดูแบบเอาความสมจริงสมจังของเหตุการณ์เข้าไปจับผิดแล้วล่ะก็ อาจจะดูไม่ค่อยอินเท่าไร เพราะระบบรักษาความปลอดภัย ของประธานาธิบดีสหรัฐในเรื่องนี้ ทำไมมันหละหลวมจังฟระ คือต้องดูแบบเตรียมตัวเตรียมใจและเตือนจิตเตือนใจตัวเองไว้ตลอดเวลาว่า นี่คือ “หนัง”  ก็นะ… เป็นหนัง นั่นล่ะ อย่าจริงจังอะไรมาก 555   ดูแบบคลายๆ สมอง     แต่จุดเด่นของหนังเรื่องนี้อีกประการคือ คือ ข้อคิดดีๆ ที่แฝงไว้ในหนัง  โดยเฉพาะเด็กที่กำลังจะโตเป็นวัยรุ่น ถ้าได้มีโอกาสมาดู อาจจะมีไฟและมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น 


 

 
สรุปกันเลย  ในส่วนของ การดำเนินเรื่องถือว่าผ่าน ดำเนินเรื่องได้ลื่นไหล สนุกสนาน ตื่นเต้น แม้จะมีหลายฉากมากที่เหตุการณ์อาจดูโอเว่อร์ไปบ้าง   แต่หนังก็คือหนัง เว่อร์บ้างไรบ้างเพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชม ส่วนนี้ผมให้ 8.5 /10    ในส่วนของดารานักแสดง อันนี้เล่นดีใช้ได้ ให้ไปที่ 8.5/10  เนื้อหาข้อคิดอันนี้ผมชอบนะให้ 9/10 ส่วนด้านการถ่ายทำ เอฟเฟคต่างๆ รวมทั้งภาพและมุมกล้องสวยงามดีทีเดียว  รับไป  8.5/10    สรุปภาพรวมผมให้ 8.5/10   เป็นหนังผจญภัย สนุกสนาน  ตื่นเต้น มีมุมน่ารักๆ และข้อคิดดีๆ  ซ่อนอยู่ในหนังเยอะ โดยเฉพาะการแสดงความรักความผูกพันของคนต่างวัยต่างฐานะกัน ไม่ว่าจะเป็นระหว่างพ่อกับลูก หรือประธานาธิบดีกับเด็กชาวป่า  ถือเป็นหนังที่โลกสวยดูแล้วยิ้มได้ ไม่เสียดายตังครับ
 
อาจารย์บอม         


ปล. ความคิดเห็นและคะแนนที่ให้ในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมล้วนๆ
ท่านผู้อ่านมีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะเห็นด้วยหรือเห็นต่างครับ  ..ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ 🙂
Ajbomb

About Ajbomb

นักหาเรื่อง นักเล่าเรื่อง นักเขียน นักแปล รักการสอน รักเด็ก รักสัตว์ รักธรรมชาติ รักษ์โลก

2 comments on «รีวิวหนัง Big Game – เกมล่าประธานาธิบดี»

  1. หมอแมว พูดว่า:

    ผมว่าโดยรวมหนังเรื่องนี้ดูเพลินๆได้ครับ ออกแนวหนังสำหรับเด็ก หรือคนที่ไม่ชอบActionหนักๆ
    เหตุผลอะไรตัดมันทิ้งไปให้หมด เพราะมันไม่สมจริงหลายเรื่อง

    และมันเป็นหนังฟินแลนท์ คนที่ดูแต่หนังอเมริกันที่ไม่ชอบของดีสนีย์อาจจะไม่ชินเท่าไหร่กับ Theme แบบนี้

    โดยรวมผมให้7/10ครับ แอบไปดูที่คนอื่นๆดูกันแล้ว มีตั้งแต่ชอบไปเลย กับ ไม่ชอบไปเลย แนะนำว่าใครจะไปดูลองคิดดูก่อนว่าตนเองชอบหนังแนว Spy Kid / Iron eagle / Red dawn หรือเปล่า ถ้าชอบ ไปดูเบย

    1. Ajbomb Ajbomb พูดว่า:

      ขอบคุณหมอแมว ที่แวะมาคอมเม้นท์ครับ ผมนี่คนรักเด็กซะด้วย เลยค่อนข้างชอบหนังแนวเด็กๆ ใสๆ สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ แบบนี้ ครับ แต่คนที่ชอบหนังแนว ฮอลลีวู๊ด คงแอบเบื่อหน่อย 555

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

19 + seventeen =