Featured Posts

ความรัก กับ ต้นหญ้า..และ ปรัชญาการหาคู่..

Posted by admin | Posted in มุมมอง ความคิด | Posted on 08-02-2010

1

field3

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว……..

มีครูกับลูกศิษย์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งใกล้กับสนามหญ้าอันกว้างใหญ่

ทันใดนั้น ลูกศิษย์คนหนึ่งก้อถามขึ้นมาว่า

ลูกศิษย์ : อาจารย์คับ ผมสงสัยจังเลยว่า

เราจะหาคู่แท้ของเราเจอได้ไงคับอาจารย์

บอกผมหน่อยได้ไหมคับ ?

อาจารย์ : ( เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตอบ)

อืม มันเป็นคำถามที่ยากนะ

แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นคำถามที่ง่ายเหมือนกันนะ

ลูกศิษย์ :( นั่งคิดอย่างหนัก)

อืม ?…. งงอะไม่เข้าใจ

อาจารย์ : โอเค งั้น

เธอลองมองไปทางนั้นนะ ตรงนั้นน่ะ

มีหญ้าเยอะแยะเลยใช่ไหม

เธอลองเดินไปหาหญ้าต้นที่สวยที่สุด

แล้วเด็ดมาให้ครูสิ ต้นเดียวเท่านั้นนะ

แต่ว่าเวลาเธอเดินเนี่ยเธอต้องเดินไปข้างหน้าอย่างเดียวนะ

ห้ามเดินถอยหลัง เข้าใจไหม

ลูกศิษย์ :ได้เลยครับ จาน รอสักครูน่ะครับ

( ว่าแล้วก้อวิ่งตรงไปยังสนามหญ้า)

หลังจากนั้นไม่นาน….

ลูกศิษย์ : ผมกลับมาแล้วครับจาน

อาจารย์ :อืม…แต่ทำไมครูไม่เห็นต้นหญ้าสวย ๆ

ในมือเธอเลยหละ

ลูกศิษย์ : อ๋อ คืองี้ครับจาน

ตอนที่ผมเดินไปแล้วผมเจอต้นหญ้าสวยๆเนี่ย

ผมก้อก้อคิดว่า เออ เดี๋ยวก้อคงเจอต้นที่สวยกว่านี้

ดังนั้นผมก็เลยไม่เด็ดมัน แล้วผมก็เดินไปเรื่อย

รู้ตัวอีกที

มันก็สุดสนามหญ้าแล้วครับจะเดินกลับก้อไม่ได้

เพราะจานสั่งห้ามไว้

อาจารย์ : นั่นแหละ

คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริงหละ

เรื่องนี้ต้องการที่จะสื่ออะไรกับเรา

ต้นหญ้า ก็คือ คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวคุณ

ต้นหญ้าที่สวยงาม ก็คือคนที่คุณชอบ

หรือคนที่ดึงดูดคุณนั่นแหละ

ทุ่งหญ้าก็คือ เวลา เวลาที่คุณจะหาคู่แท้ของคุณ

อย่ามัวแต่เปรียบเทียบ

แล้วคิดว่าคงจะมีที่ดีกว่านี้ เพราะถ้าคุณ มัวแต่เปรียบเทียบ

คุณจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

อย่าลืมว่า ‘ เวลาไม่เคยย้อนกลับ ‘

ไม่ใช่แค่ความรักเท่านั้น

เรื่องนี้ ยังสามารถใช้ได้กับการหาคนที่จะมาทำงานร่วมกับคุณในชีวิต

หรือแม้กระทั่งงานที่เหมาะสมกับคุณ

ดังนั้น มันจึงเป็นสัจธรรมที่ว่า

จงรัก และไขว่คว้าโอกาสที่คุณมีในขณะนี้

อย่ามัวแต่เสียเวลา

บางครั้งคนเราก็มีโอกาสเลือกแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

Credit to: ลอกมาจาก Forward Mail ที่ใครก็ไม่รู้ส่งมาให้ แต่อ่านแล้วเข้าท่าดี เลยลอกมาดื้อๆ งี้ล่ะ 555

แนะนำร้านมังสวิรัติ…สุดโปรดของผม

Posted by admin | Posted in ทั่วไป, มุมมอง ความคิด | Posted on 23-08-2009

2

@NaiOhm เขียนไว้ใน twitter ถามหาร้านอาหารมังสวิรัติ ในเชียงใหม่  ว่ามีที่ไหนแนะนำบ้าง ในฐานะที่ชอบรับประทานอาหารมังสวิรัติ เป็นชีวิต จิตใจ ขออนุญาต แนะนำ ร้าน พร้อมทั้ง เสนอความคิดเห็นประกอบ การตัดสินใจ แต่ ขอย้ำว่าทุกความเห็นเป็นความคิดส่วนตัวของผมทั้งสิ้นอย่าได้เอาไปเป็นมาตรฐานอะไร รวมทั้งการเรียงลำดับ ก็เรียงตามที่ผมนึกขึ้นได้  และถ้าท่านที่มีความเห็นแตกต่าง ก็สามารถ comment ได้อย่างเต็มที่ครับ

1)  ชมรมมังสวิรัติ แห่งประเทศไทย (ชมร)  : อยู่เลยนิยมพานิชมาหน่อย ติดกับปั๊มบางจาก  จุดเด่นคือ อาหารถูกและปลอดสารพิษ ผัก ต่างๆ ปลูกเองหมด ถ้าข้าวราดแกงอย่างเดียว ราคา 0 บาท นั่นคือกินฟรีครับ  ข้่าวทั้งหมดเป็นข้าวกล้อง ตักเอง อยากตักแค่ไหนก็ได้ ส่วนกับข้าว แกง ผัด มีหมด ตักเองได้เลยอยากตักมากแค่ไหนก็ได้  ไม่ว่าไม่บ่น  มีเกี๋ยวเตี๋ยวหลอด และ ผัดไทย ผัดซีอิ๊ว รวมทั้งเกี๋ยวเตี๋ยวต่างๆ ไปกินได้  พร้อมน้ำผลไม้สกัดสดๆ อีกเพียบ  อีกอย่่างที่อยากบอกล่วงหน้า ร้านนี้กินเสร็จต้องไปล้างจานล้างแก้วเองด้วยนะครับ   ส่วนจอดรถก็จอดได้ที่ ปั๊มน้ำมันบางจากแล้วเดินทะลุเอา เปิดทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 6:00 น ถึง 14:00 น.   เรื่องรสชาด ปานกลางนะครับ

2) ร้านมังสวิรัติสวนดอก: ร้านนี้อยู่เลยหน้าวัดสวนดอก มาช่วงตึกนึงพอดี ร้านอยู่ในตึกแถว  จุดเด่นคือ อาหารมีหลายแนวดี มีข้าวซอยด้วย อาหารเมืองที่นี่จะเด่นมาก ไข่พะโล้ก็อร่อย  เกี๋ยวเตี๋ยวต้มยำก็อร่อย  จุดเด่นคืออาหารทุกอย่าง รสชาดดีมาก ขายตั้งแต่ ตีห้า ไปรอใส่บาตรพระหน้าร้านได้ พระเดินผ่านแยะตรงนั้น  ข้อเสียคือเที่ยงๆ คนจะเยอะมาก และก็จอดรถยากมากแถวนั้น เวลาขับรถต้องชะลอดีๆ ไม่งั้นเลย ร้าน

3)  ร้านเจกระยาทิพย์: ร้านนี้เลยร้านมังสวิรัติสวนดอกมาแค่สามห้องตึกแถว นั่นคืออยู่แถวเดียวกันใกล้กันมาก ร้านนี้อยู่ฝั่งตรงข้ามคณะเภสัช มอชอ ร้านนี้อาหารจะออกแนวแป้งกับแนวจีนๆ หน่อย พวก ไส้อั่วทอด พวกลูกชิ้นปิ้ง จุดเด่นของร้านนี้คืออาหารเยอะ แต่ออกแนวผัดๆ แนวๆ จีนหน่อย รสชาดอาหารปานกลางถึงค่อนข้างดี แล้วแต่ชนิดอาหาร จุดเด่นคือน้ำผักผลไม้สกัดสดๆ คั้นให้เห็นๆ กันเลย อันนี้จุดขายของที่นี่ จุดด้อยจอดรถยากเช่นกัน แต่ร้านนี้ขายตั้งแต่เช้ายันเย็น

4) ร้านเจ้าเงาะ: ร้านนี้อยู่เยื้่องๆ กีัประตูหน้ามอชอ  ต้องสังเกตุดีๆ หน่อย  เป็นตึกแถว เปิดสายนิดนึง มีทั้งอาหารตามสั่ง และ อาหารราดข้าว  ที่ชอบคือ ผัดกระเพรา แต่รสชาติค่อนข้างจัด  อาหารที่นี่อร่อย  อาหารตามสั่งก็มีหลากหลายเมนูให้เลือก ที่นั่งก็สะดวกสบาย ไปกินต้องช่วงหลัง 9 โมงเช้า และก่อนบ่ายสาม เพราะจะทำให้จอดรถได้สะดวก ริมถนนหน้าร้านจอดได้เลย

5) ร้านมังสวิรัติบุญส่ง: ตั้งอยู่ใกล้ๆ โรงพยาบาลหมอวงศ์ ตรงสันป่าข่อย ถ้ามาจากตลาดสันป่าข่อย พอผ่าน รพ หมอวงศ์ก็ให้ตรงต่อไป นิดนึง จะอยู่ฝั่งขวามือ เป็นตึกแถว อาหารออกแนว จีน รสชาดปานกลาง มีหลากหลายทัั้งก๋วยเตี๋ยวด้วย  จอดรถสะดวก ฝั่งตรงข้ามร้านมีที่จอดรถ เปิดทุกวัน

6) ร้านเจ เป๊าเป่า: ร้านนี้อร่อยสุดแล้วก็จอดรถยากสุดด้วย เป็นห้องแถวไม้เล็กๆ ใกล้ๆ ร้านสมนึกโกปี้ ถ้าวิ่งถนนเลียบแม่น้ำปิง ผ่านหน้าค่ายกาวิละ มุ่งหน้าไปยัง ไฟฟ้าบ้านเด่น เลย ค่ายกาวิละมา ให้สังเกตุซอยด้านซ้าย ที่มีต้นไม้ใหญ่ๆ ที่จะแยกไปวัดเมืองกายได้ ร้านนี้อยู่ฝั่งตรงข้ามซอยพอดี จอดรถหน้าร้านไม่มีทางได้เลยเพราะถนนแคบ ต้องเลยไปจอดข้างสนามกอล์ฟ หรือ เลยไปจอดทางไปไฟฟ้าบ้านเด่น แล้วเดินย้อนมา   อาหารที่เด่นและแนะนำเลยก็คือ ก้านเห็ดโคนอบซีอิ๊วอร่อยมาก และก็ พวกแกงโฮ๊ะ เด็ดจริง รวมทั้งเกี๋ยวเตี๋ยวต้มยำด้วย  ราคาก็แสนถูกร้านนี้ แต่ที่นัี่งในร้านแคบมากๆ  ร้านนี้หยุดวันอาทิตย์ครับ แต่ขายถึงหกโมงเย็น จันทร์ถึงเสาร์ครับ

7) ร้านมังสวิรัติตรงข้ามปรินซ์: จำชื่อไม่ได้เหมือนกัน ลุงคนขายตัดผมเกรียนๆ ร้านนี้ถ้าวิ่งมาจากถนนทุ่งโฮเต็ล มาถึงแยกปรินซ์ ให้เลี้ยวซ้าย นับไปประมาณ 3-4 ห้องตึีกแถว ก็จอดหน้าร้านได้เลย ถ้าไม่มีที่จอด ก็เลยไปหน่อย จอดแล้วแวะไปกินได้ รสชาติอาหารดีมาก  มีหลากหลายให้เลือก มีเกี๋ยวเตี๋ยวข้าซอยขายด้วย หยุดวันเสาร์อาทิตย์เพราะแกรำคาญ พวกตลาดนัด รถมันเยอะ เลยหยุด ตะก่อนเห็นเปิด ตอนนี้ปิดทั้งเสาร์ทั้งอาทิตย์ ร้านนี้เปิดแต่เช้า แต่บ่้ายๆ ก็ปิดล่ะ จุดเด่นก็พวกลาบ พวกยำ และก็อาหารไทย รสชาดดี

มีอีกหลายที่ทั้งในและนอกเมือง ที่ยังไม่ได้เขียนแนะนำเพราะชักเมื่อย ถ้าสนใจอย่างไรจะหารูปถ่ายมาใส่ให้ดูและจะเขียนภาคสองเพิ่มเติมให้อีก เพราะยังนึกออกอีกเพียบแต่ขี้เกียจเขียนล่ะ คงพอเป็นไอเดีย ให้ @NaiOhm และ เพื่อนๆ ที่อ่านบลอคนี้ไปลองชิมดูนะครับ ถ้าสนใจผมจะเขียนมาบอกเพิ่มให้ครับ

AjBomb

23-08-09

ถ้า..ฆ่ายุงหมดโลก จะเกิดอะไรขึ้น?

Posted by admin | Posted in มุมมอง ความคิด | Posted on 02-08-2009

2

ช่วงนี้ ผมได้เห็นป้ายโฆษณาหลายที่ เขียนว่า “ร่วมฆ่ายุงร้ายให้หมดโลก”  ผมอดคิดตามเล่นๆ ไม่ได้ว่า ถ้าเราฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยุงให้หมดโลกมันจะิเกิดอะไรขึ้นบ้าง   ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งว่าผมไร้สาระนะครับ  ผมขอถือโอกาสนี้วิเคราะห์เป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้

1. กบเขียดและสัตว์ที่กินยุง:  ก็จะขาดอาหารไป 1 เมนู ซึ่งคงไม่ถึงกับทำให้มันสูญพันธ์ เพราะมันคงไปจับ แมลงหวี่ แมลงวัน เต่าทอง ฯลฯ กินแทนได้ ดังนั้นเรื่องยุงตายหมดโลกแล้วทำให้กบเขียดสูญพันธ์นี่ตัดออกไปได้

2. ปลากัด ปลาหางนกยูงและปลาที่กินลูกน้ำเป็นอาหาร:  ด้วยเหตุที่ลูกน้ำเป็นลูกของยุง ถ้ายุงหมดจากโลกนี้ อาจกระทบต่อห่วงโซ่อาหารของปลาต่างๆ แต่มาพิจาณาดูแล้วปัจจุบันนี้ เราใช้อาหารปลาสำเร็จรูปให้ปลากิน ดังนั้นจะมีหรือไม่มีลูกน้ำก็ไม่น่าเดือดร้อนกับปลาพวกนี้

3. คนผลิตยากันยุง :  อันนี้น่าจะเืดือดร้อนหน่อย ยอดขายอาจจะตกลงไป เพราะไม่มีคนซื้อยากันยุง แต่คงไม่ถึงกะเจ๊งเพราะว่า เค้าก็ไปผลิตยาฉีดแมลงสาบ ปลวด เห็บ เหา อะไรต่อมิอะไรต่อไป  สรุปคือไม่ถึงกับปิดกิจการ แต่ยอดขายอาจกระทบ

เท่าที่ประมวลเหตุผลที่นึกออก ได้ในขณะนี้พบว่า การฆ่ายุงร้ายให้หมดโลก น่าจะเป็นเรื่องดีเพราะ อย่างน้อยไข้เลือดออกหายไป และ เราก็ประหยัดเลือดจากการโดนยุงดูด ได้ด้วย  ดังนั้น ถ้ามีโครงการฆ่าล้างโคตรยุงให้หมดไปจากโลกใบนี้จริง คงไม่น่าจะส่งผลกระทบถึงขึ้น Butterfly Effect หรือแนวเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว  จนสิ่งแวดล้อมของโลกล่มสลายพังทลายลงไป

ที่ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะผม ไปนึกถึงหนังเรื่อง Bee Movie ที่พวกผึ้งมันไม่ยอมออกไปหาน้ำหวานจนทำให้ ดอกไม้และพันธ์ไม้ต่างๆ เกือบมลายหายสิ้นไปจากโลก ผมเลยเอามาคิดต่อว่า ถ้ายุงมันหายไปจะเกิดไรขึ้นบ้าง  แต่จากการวิเคราะห์ด้านบนแล้วก็ยังไม่เห็นผลกระทบในแง่ลบอะไร ดังนั้นก็จงตั้งหน้าตั้งตาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยุงกันต่อไป เพื่อประโยชน์สุขของชาวโลก แต่ถ้าเพื่อนๆ ท่านใดเห็นประโยชน์ของยุงที่ผมอาจมองข้ามไป ก็รบกวนส่ง comment บอกผมหน่อยนะครับ

AJ.Bomb

2-8-09

8 เทคนิค สารภาพรัก กับ ชายหนุ่มอย่างมีชั้นเชิง..

Posted by admin | Posted in How to?, มุมมอง ความคิด | Posted on 31-07-2009

2

loverผมไปอ่านเจอ เรื่องนี้ในนิตยสาร ชื่อ Spicy ฉบับเดือน July 2009 อ่านแล้วอดที่จะนำมาแบ่งปันไม่ได้ อย่าไปคิดไรมาก อ่านขำๆ แต่ถ้ามีโอกาสนำไปใช้ก็ลองดู ได้ผล หรือได้แผล ประการใด ก็อย่าลืม เขียนมาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ

เขาเขียนบรรยายไว้แยะ ผมขออนุญาต ถอดความมาแต่แก่นๆ นะครับ จะได้ไม่ยืดเยื้อ เค้าว่าไงงี้ครับ

1. ให้ตรวจสอบก่อนว่า “เขาคิดกับเราแบบไหน?” ทำได้โดยการสังเกตุดูว่า เวลา เขาอยู่ใกล้คุณ เขามีอาการโรแมนติค แค่ไหน เช่น มีเขิน มีอาย มีหน้าแดง แต่งหล่อ หรือพูดติดอ่างตะกุกตะกัก บ้างไหม ถ้ามีอาการแบบนี้บ้างล่ะก็ แสดงว่ มีแวว แต่ถ้าทั้งเบียดทั้งกระแซะ ทั้งนั่งบนตัก ยังทื่อเป็นท่อนไม้ ควรจะลองไปคิดใหม่ โอกาสลุ้นมีน้อยมาก

2. หาบรรยากาศและโอกาสที่เป็นใจ: เช่นไปเดินเล่นในสวนสวยๆ ตอนเย็นๆ พระอาทิตย์กำลังจะตก หรือกินลมชมวิว ทะเลกันสองต่อสอง อะนะ แค่คิดยังโรแมนติค ถ้าได้บรรยากาศดี ๆ อะไรๆ ก็เป็นไปได้ จะสารภาพอะไรกันหวานแค่ไหนมันก็ง่ายอะนะ บรรยากาศเป็นใจ

3. บอกกันซึ่งๆ หน้า :   ในฐานะที่คุณเป็นลูกผู้หญิง หนุ่มๆ เค้าคงไม่ถือสาอะไรมาก นัก ถ้าคุณจะบอกรักทางโทรศัพท์ เพราะจะให้มาบอกกันแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน หญิงไทยหัวใจแพนด้า ก็อาจจะเขิน อย่างไรก็ตามขั้นแรก ก็ควรเริ่มจากการเกริ่นนำเล็กๆ น้อยๆ พอให้เขารู้ตัวว่าสิ่งที่คุณกำลังจะพูดไม่ใช่เรื่องไก่กาอาราเล่ แต่มันเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตลูกผู้หญิงตัวเท่ามดของคุณ แล้วก็ค่อยๆ เข้าประเด็นหลัก เช่นเราเป็นเพื่อนกันมากี่ปีแล้วเธอจำได้ไหม”อยากมีแฟนแบบที่เข้าใจเรา คุยกันได้ทุกเรื่องแบบเธอนี่ล่ะ” ไม่ว่าคุณจะเกริ่นเรื่องอะไรขอย้ำ นะครับ ย้ำว่าควรเป็นไปในทำนองยกย่องชมเชยและเชลียร์พี่ท่านเข้าไว้ อิๆ

4. อย่า โอเว่อร์ แอคชั่น : เช่นคำประเภทนี้ หลีกให้ห่างๆ เลยนะครับ “หลังจากผ่านความรักมาร่วมๆ สิบแปดครั้ง พบแต่ความหลอกลวงจนเกือบจะสิ้นหวัง ซะแล้ว ฉันก็พบว่าโลกนี้ยังมีผู้ชายดีๆ เหลืออยู่อีกคน และเขาคนนั้น (ช้อนสายตาขึ้นมองเหยื่อ..) ก็คือ เธอนั่นเอง แบบนี้มากไปครับ อย่าไปใช้

5. ไม่ห้าวเกินงาม:เฮ้ย มาเป็นแฟนกันดีปะ ไม่ต้องซีเรียสนะโว๊ย แค่ขำๆ “ อันนี้หญิงเหล็กทั้งหลายชอบใช้ ซึ่งในเวลาที่ต้องการความโรแมนติค ขอความกรุณาหยุดใช้คำพูดแนวนี้ อย่าลืมว่า ผู้ชายทุกคนอยากได้แฟนที่เป็นผู้หญิง ไม่ต้องแอ๊บแมน ใส่เขามาก

6. เขินอาย สไตล์ หญิง: เสน่ห์อย่างหนึ่งของผู้หญิงที่เก้งกวางบ่างชะนี ไม่มี คือ ยางอาย ดังนั้นเวลาสารภาพรัก กับหนุ่มๆ สาวเจ้าทั้งหลายควรจะเอายางอายออกมาใช้เสียบ้าง ถึงในชีวิตคุณจะเคยผ่านการสารภาพรักมาเป็นรอ้ย แต่ไม่เสียหายที่จะทำเป็นเขินอายนิดๆ หน่อยๆ ให้สมกับเป็นลูกผู้หญิง หนุ่มๆ เขาจะได้มีแก่ใจเพ้อเจ้อได้ว่าเขาคงเป็นรักแรกของคุณ แบบว่ามันเป็นการเพิ่มมูลค่าให้สินค้าไปในตัวอะหนู

7. อย่างเร่งรัดคำตอบ: ขอความรักนะหล่อนไม่ใช่เอามือถือไปซ่อม ไม่ต้องไปกำหนดหรอกว่าเธอจะต้องตอบฉันภายในวันไหนเวลาไหน เรื่องแบบนี้ต้องให้เวลาเขาได้บวกลบคูณหาร ก่อนว่าเขารูสึกอย่างไรกับคูณ วิธีทิ้งท้ายที่ดีคือ “ลองเอาไปคิดดูนะ แล้วพร้อมจะตอบเมื่อไรก็บอกมา” เห็นมะ ฟังดูแล้วเป็นหญิงไทยใจกว้างไม่ชอบบังคับใครดีจังเลย (แม้ที่จริงคุณจะบ้าอำนาจ จอมซาดิสม์ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง)

8.ให้โอกาสเขาปฏิเสธ: ไม่จำเป็นว่าบอกรักแล้วจะได้ความรักกลับมาเสมอไป ถึงแม้คุณจะมั่นใจเต็มร้อยว่าเขาก็รักคุณเหมือนกัน แต่เขาอาจจะมีใครในใจเขาอยู่โดยที่คุณไม่รู้ก็ได้ เพราะฉะนั้นเวลาสารภาพรักคุณจึงควรจะแง้มๆ ประตูไว้หน่อยว่า ถึงแม้เขาจะ Say No แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ ไม่ใช่ร้องห่มร้องไห้ อย่าไปบีบบังคับเขาเด็ดขาด

จบละ คิดว่าคงจะเป็นประโยชน์มากมาย สำหรับสาวๆ ที่ติดตาม ajbomb.com นะครับ ได้เรื่องหรือไม่ได้เรื่องอย่างไรก็ช่วย comment มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ

ด้วยความปรารถนาดี

@Ajbomb

31-07-2009